วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ข้อดีของการเป็น Anonymous Account

ได้รับอีเมล์ใน junk mail หัวข้อว่า "ID:374-0180 Apple AppStore Order Notification‏"

ก็นึกในใจ 555555
1. ตูไม่ได้ใช้ iphone ไม่มีทางไปสั่งของที่ไหนได้หรอก
2. เวลาเล่นเน็ต ไม่เคยกรอกชื่อจริง ที่อยู่จริง ถึงสั่งของไป แกก็เก็บตังค์ฉันไม่ได้หรอก
3. ไม่มีบัตรเครดิตใช้ เลยไม่มีเลขจะกรอก

แหม อยากรู้จริงๆว่าคำสั่งซื้อนี้ จะมาเก็บเงินได้ยังไง
แล้วใครหน้าไหนเอาอีเมล์ของตูไปสั่งซื้อเนี่ย

เนื้อความในอีเมล์

Dear Apple AppStore Customer,

Your Order ID:374-0180 (order information) has been successfully canceled.

You can also contact Apple AppStore Customer Service or visit online for more information.

บ๊ะมันก็เป็นอีเมล์ยืนยันว่ายกเลิกคำสั่งซื้อแล้วนี่
งั้นก็สบายใจได้ เราไม่โดนเก็บตังค์แน่ เพราะคำสั่งซื้อยกเลิกแล้ว

ชื่อผู้ส่งก็ AppStore@apple.com มาจาก apple แน่ๆ

แต่ก็ยังสงสัย เอ๊ะ แล้วตูสั่งซื้ออะไรไปวะ คลิกเข้าไปดู order information ก่อนดีกว่า

ทันใดนั้นเอง ก็สังเกตุว่าลิงค์สั่งซื้อสินค้า ไม่ใช่ลิงค์ของ apple แต่ลิงค์ไปเว็บไหนก็ไม่รู้

เหอๆ ถ้าคลิกไปคงจะติดไวรัสแน่นอน แหม คนปล่อยไวรัสสมัยนี้ เข้าใจสร้างกลอุบายหลอกคนให้คลิกเข้าไปติดไวรัสจริงๆ

เห็นหลายๆท่านเล่นอินเตอร์เน็ต โดยกรอกชื่อจริง ที่อยู่จริง วันเกิดจริง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน และไม่ใช้แสตนอิน

บางทีการกรอกข้อมูลปลอมก็ช่วยปกป้องภัยต่างๆจากอินเตอร์เน็ตได้นะครับ

เราไม่จำเป็นต้องกรอกจริงไปทั้งหมด เลี่ยงๆ หลบๆ บ้าง จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อภัยจากอินเตอร์เน็ตครับ

วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

คอมพิวเตอร์ทำลายอะไรบ้างในรอบ 15 ปี ที่ผ่านมา

ในฐานะที่เล่นคอมพ์มา 15 ปี ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เป็นผลกระทบจากการใช้คอมพิวเตอร์ ขอสรุปข้อเสียที่เกิดขึ้นดังนี้

1. หายนะจาก mp3 - ตั้งแต่ยุค windows 95 คือ ตั้งแต่ปี 1995 เป็นต้นมา มีคนซื้อคอมพิวเตอร์กันมากขึ้น และมี mp3 เกิดขึ้น นับจากนั้นมา ยอดขายเทป และ CD ก็ตกลงเรื่อยๆ ทุกวันนี้ยังกู่ไม่กลับ แต่ mp3 ยังอยู่

ในเกือบทุกอุปกร์อิเล็กโทรนิค ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์, มือถือ, เครื่องเสียง, เครื่องเสียงในรถยนต์
สามารถเล่นไฟล์ mp3 ได้หมดแล้ว
คำถามสำหรับค่ายเพลงก็คือ ในเมื่อคุณทำลาย mp3 ไม่ได้ คุณจะหาประโยชน์จากมันได้อย่างไร ?

2. หายนะจาก hispeed internet - นับตั้งแต่มี hispeed internet ในเมืองไทย ยอดขาย dial-up internet ก็หดตัวลงเรื่อยๆ ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตรายเล็ก เจ๊งกันเป็นแถว คงเหลือแต่ ผู้ให้บริการรายใหญ่

หลังจากมี hispeed internet ก็เริ่มมี bit torrent เกิดขึ้น เกิดการดาวโหลดหนังเพลง ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อไปอีก ทำให้ยอดขายแผ่น DVD แท้ และแผ่น DVD ผี หดตัวลง แต่ยอดขายแผ่น DVD-R เพิ่มขึ้น ... ฮา

ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก hispeed internet มากที่สุด คงจะเป็นธุรกิจหนังนี่แหล่ะ
เพราะเมื่อคนดาวโหลดได้ เขาก็จะไม่ซื้อ และไม่เช่า ร้านเช่าวีดีโอ ก็เลยพลอยหงอยไปด้วย
ร้านขาย DVD แผ่นแท้ก็หงอยไปด้วย

3. หายนะจากการเปลี่ยนเทคโนโลยี - จากม้วน VDO มาสู่ VCD > DVD > Blueray > MKV

ผมเชื่อว่าผู้จำหน่าย dvd ในไทย ยังมึ่นๆกันอยู่ ว่าควรขาย DVD ต่อไป หรือขาย Blueray ดี
ถ้าเน้นขาย Blueray ราคาเครื่อง Blueray ในเมืองไทยก็ยังแพงอยู่
ถ้าเน้นขาย DVD เวลาลูกค้าเอา DVD ไปเปิดกับจอ LCD ภาพก็ไม่คมชัด

ในขณะที่ทางฝั่งเทคโนโลยี ได้คิดค้นไฟล์ MKV สำหรับ ดูหนัง hidef กับจอ LCD
มีเครื่องเล่น HD Player มากมาย ที่สามารถเล่นไฟล์ MKV ได้ นอกจากนี้เครื่องเหล่านี้ยังใช้ดู Youtube ได้ด้วย

ช่วงเปลี่ยนเทคโนโลยีนี่แหล่ะ ที่เป็นช่วงที่คนขายก็ยังมึน ว่าทำไมยอดขาย DVD ถึงตก
ร้านเช่า DVD ถึงปิดตัวกันเป็นแถว

ผมเองก็ไม่รู้จะช่วยยังไง แต่ในเมืองนอกที่เจริญแล้ว ถ้าใครโหลดบิทนี่ เขาส่งจดหมายมาเรียกเก็บตังค์ถึงบ้านได้เลย รู้สึกว่ากฏหมายเขาเข้มงวด และมีวิธีตรวจจับได้อยู่เหมือนกัน

แต่สำหรับเมืองไทย ถ้าทำเข้มงวดขนาดนั้น ก็จะกระทบกับยอดใช้ hispeed internet ซึ่งเป็นเค้กก้อนโตของผู้ให้บริการ

ความโชคร้าย เลยตกอยู่กับเจ้าของหนังและเพลง


เห็นไหมครับ ...คอมพิวเตอร์แม้จะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็ทำลายอะไรไปหลายอย่างเหมือนกัน ...

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ข้าวผัดกระเพรา เละ ๆ

1. มันเกิดขึ้นได้เมื่อคุณใช้ไฟอ่อน
2. มันเกิดขึ้นได้เมื่อคุณใส่เครื่องปรุงมากเกินไป แต่ใส่ข้าวแค่นิดเดียว
3. มันเกิดขึ้นได้เมื่อคุณใส่ซีอิ้วมากๆ น้ำมันมากๆ ถ้าหากซีอิ้วซึมเข้าไปในเม็ดข้าว ซีอิ้วจะไม่โดนความร้อน และมันจะกึ่งสุกกึ่งดิบอยู่ในเม็ดข้าว ไม่ว่าจะใส่ซอส หรือน้ำปลาตาม รสชาติก็จะไม่ออก เพราะมันเละตั้งแต่ซีอิ้วแล้ว

สิ่งสำคัญในการใส่ซีอิ้วลงในข้าวผัดคือ ซีอิ้วต้องสุก ถ้าซีอิ้วไม่สุก มันจะเละ
จะใส่ซีอิ้วตอนเจียวหมูก็ได้ หรือใส่ซีอิ้วหลังปรุงเครื่องปรุงเสร็จแล้วก็ได้

อยากกินผัดไทยแท้ ๆ แต่ร้านดันปิด เลยสั่งข้าวผัดกระเพรา แล้วก็ได้ข้าวผัดกระเพราเละ ๆ มาดูต่างหน้า รสชาดกลืนไม่ลงจริง ๆ

ต้องรอจนถึงค่ำ กว่าร้านผัดไทยอีกร้านจะเปิด (หวังว่าวันนี้จะไม่ปิดนะ)

วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2554

Scream 4 ก็คุ้มค่าตั๋วเหมือนกัน

มาเที่ยว กทม เดือนนึง ได้เวลากลับขอนแก่น ก่อนกลับเลยขอดูหนังในโรงสักวัน
ได้รอบ 3 ทุ่ม 20 ที่เดอะมอลท่าพระ นับเพื่อนร่วมโรงได้ประมาณ 10 คน เป็นหนังเรื่อง scream 4 พากย์อังกฤษ

ดูจบก็รู้สึก คุ้มค่าตั๋ว การเดาตัวคนร้าย ก็เดายากเหมือนเดิม

พล็อตจะออกไปทางภาค 2, 3 คือ หาเหตุผลให้ฆาตรกรออกมาอาละวาด
แรงจูงใจในการก่อเหตุ ก็ยังเป็นแรงจูงใจเดิมๆ (ซึ่งฟังไม่ขึ้นเท่าไหร่)

มีฉากติดตลกอยู่ในนั้นด้วย ตำรวจ 2 คน เฝ้าบ้านคอยระวังเหตุการณ์ร้าย
ตำรวจก็คุยกันว่า ปรกติตำรวจทั้ง 2 นาย มักจะตายซะก่อน ยกเว้น ตำรวจคนนั้นจะชื่อ บลูซ วิลลิส (5555)

เรื่องนี้มีดาราร่วมแจมเยอะพอสมควร ทั้ง Anna Paquin, Kristen Bell, Emma Roberts, Marley Shelton, Anthony Anderson

David Arquette เล่นเป็นตัวประกอบเหมือนเดิม ตามคนร้ายไม่เคยทันเลย นายคนนี้

ก่อนดูนึกว่า Neve Campbell จะเป็นแค่ตัวประกอบ แต่ปรากฏว่ายังคงเป็นตัวเดินเรื่องหลักเหมือนเดิม

แอบสะดุ้งทุกครั้งที่เจอฉากตกใจ (สะดุ้งไป 6-7 ครั้งได้)

เนื้อเรื่อง ok คุ้มค่าตั๋ว ใครยังไม่ดู ก็ไปดูซะนะครับ ก่อนหนังจะออกจากโรง
ดูในโรงได้บรรยากาศการดูหนังจริงๆ สนุกและตื่นเต้นกว่าดูอยู่บ้านเยอะ

วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2554

ถ้าเราคิดว่าขายได้ เราก็ขายได้

วันก่อนเดินห้างเล็กๆ ห้างนี้มี 4 ชั้น
รู้สึกหิวน้ำ เลยเดินๆดูว่ามีร้านไหนน่าสนใจมั่ง
เจออยู่ร้านนึงที่ชั้น 1 เป็นร้านน้ำผลไม้ปั่น แก้วละ 15 บาท คนยืนต่อคิวกัน 4-5 คนเลย

เนื่องจากเป็นคนไม่ชอบรอ ก็เลยเดินต่อ
จนไปถึงชั้น 3 ก็เจอร้านน้ำผลไม้ปั่นอีกร้านนึง แต่ร้านนี้คนเงียบมาก ไม่มีใครซื้อเลย
มองเข้าไป ก็มองไม่เห็นคนขายอยู่ในร้าน

ลองเดินเข้าไปใกล้ๆ เจอสาวน้อย 1 คน นั่งอยู่ ก็สั่งไป ขอสับปะรดปั่นแก้วนึง น้องก็ตอบว่า ไม่มีค่ะ
ก็เลยมองป้าย ดูอีกทีว่ามีอะไรให้สั่งมั่ง แล้วก็เลยสั่งอีกที ขอน้ำส้มปั่นแก้วนึง คำตอบยังเหมือนเดิม ไม่มีค่ะ

อืม ... คิดในใจ ตูจะสั่งอะไรดีน๊า มันถึงจะมีขายในร้านนี้
ถ้าสุ่มเลือกไปอีก แล้วเขาตอบว่าไม่มี ก็จะรู้สึกเซ็งอีก
เอ ... หรือว่าน้องคนขาย ไม่ชอบขี้หน้าเรา สั่งอะไรไป ก็จ้องจะตอบ No
งั้น ... เราเดินหนีดีกว่า ถ้าโดนตอบ No อีกเป็นครั้งที่ 3 เราคงทำใจไม่ได้

...

ร้านทั้ง 2 ร้าน ขายสินค้าชนิดเดียวกัน ราคาเท่ากัน
ร้านแรกคนแน่น ต่อคิวซื้อ แต่ร้านหลัง คนไม่ซื้อ

จริงๆ ร้านที่ 2 ไม่ได้ด้อยไปกว่าร้านแรก ถ้าเขาเตรียมผลไม้ให้ครบทุกชนิดตามป้าย
ผมก็คงจะได้อุดหนุน และเมื่อผมยืนตรงนั้น คนอื่นที่สนใจก็คงจะกล้าเข้ามาซื้อ
ถ้ามีลูกค้าเข้ามาซื้อต่อเนื่อง ร้านนั้นก็จะขายดี

การที่เรายึดติดกับเมื่อวานว่า คนไม่ค่อยซื้อ
แล้วเราไม่เตรียมผลไม้ให้พร้อมที่จะขาย
มันก็เลยเป็นลูกโซ่ต่อๆไป ทำให้เงียบแล้วเงียบอีก

ส่วนตัว ผมคิดว่า ถ้าเขาทำตัวกระฉับกระเฉงสักนิด มีของครบ ราคาถูกกว่าร้านแรกนิดหน่อย
มีเมนูให้เลือกเยอะกว่า เขาน่าจะเอาชนะร้านแรกได้ ... ถ้าเขาลุกขึ้นสู้

วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2554

วิธีทำข้าวผัดกระเพราอย่างถูกวิธี

หลายครั้งที่สั่งข้าวผัดกระเพราตามศูนย์อาหาร แล้วรสชาดไม่ได้ความ
นี่คือคำแนะนำนะครับ เผื่อพ่อครั่วมือใหม่จะลองทำตามบ้าง เพื่อปรับปรุงรสชาด
(ออกตัวไว้เลยว่าผมก็ปรุงอาหารไม่เก่งเหมือนกัน แต่สำหรับเมนูโปรด ข้าวผัดกระเพรา ผมพอทำได้)

1. ใส่น้ำมันพืช คนให้ทั่วกะทะ (ใช้ไฟแรง)
2. ใส่หมู แล้วคนด้วยจะได้ไม่ติดกะทะ พอหมูใกล้สุก ใส่กระเทียมกับพริกลงไป
3. พอหมูสุกแล้ว ใส่ข้าวลงไป (ควรเป็นข้าวแข็ง ไม่ใช่ข้าวหอมมะลิ เพราะข้าวจะติดกะทะ)
อย่าเพิ่งคน ทิ้งไว้อย่างนั้นแหล่ะ ถ้าคนแล้วข้าวจะติดกะทะ

ขั้นตอนที่ 4 - 7 ใช้เวลา 15 วินาที
4. ใส่น้ำมันหอย 1 ช้อน
5. ใส่น้ำตาล 1 ช้อน
6. ใส่ซอส 2 หยด ใส่น้ำปลา 3 หยด
7. ใส่ใบกระเพรา

8. พอใส่เครื่องปรุงครบแล้ว ก็คนให้เข้ากัน สัก 30 วินาที แล้วรีบยกลง ตักใส่จาน

ลองชิมดู คุณจะพบว่าอร่อย ข้าวไม่ติดกะทะ

หลักสำคัญของสูตรนี้คือ
1. ไฟแรง ช่วยให้ข้าวไม่ติดกะทะ ช่วยให้เครื่องปรุงสุก ถ้าใช้ไฟอ่อน เครื่องปรุงไม่สุก รสชาดไม่ออกเลย
2. น้ำตาลช่วยให้รสชาดกลมกล่อม
3. น้ำปลากับน้ำมันหอย ช่วยให้เผ็ดๆเค็มๆ อร่อย
4. การรีบใส่เครื่องปรุง รีบคน รีบยกลง ช่วยให้เครื่องปรุงยังอยู่ในกะทะ
ถ้าเราคนนานเกินไป เครื่องปรุงจะระเหย รสชาดจะไม่อร่อย
5. ไม่ใส่น้ำ เพราะถ้าเติมน้ำลงไป จะทำให้ข้าวติดกะทะ

เช้าเซ็ง เย็นเปียก วันสงกรานต์

ตื่นมาวันนี้ตอนเที่ยงๆ แล้วก็คิดว่าจะอยู่บ้าน หรือจะออกไปข้างนอก
ถ้าไปข้างนอกก็เปียกแน่ เพราะเป็นวันสงกรานต์
แต่ถ้าอยู่บ้าน ร้านกับข้าวแถวบ้านปิดหมดทุกร้าน จะไม่มีกินเอา เพราะงั้นไปหาข้าวกินข้างนอกดีกว่า

วันนี้อยากกินข้าวผัดกระเพรามากๆ นั่งรถเมล์จากดาวคะนองไปลง ฟิวเจอร์ปาร์คบางแค
แล้วก็รู้สึกแปลกใจ ว่าทำไมป้ายนี้มีเราลงรถเมล์อยู่คนเดียว
พอลงไปถึงก็ปรากฏว่ามีรั้วกั้นห้ามเข้าไปในห้าง และป้ายใหญ่ๆว่า "ปิดปรับปรุง"



(1) ... ok ห้างปิด เราเข้าไม่ได้ก็ต้องไปต่อ ป้ายต่อไปก็คงเป็นเดอะมอลล์บางแค
ก็รอรถเมล์นานเหมือนกัน (รถเมล์ฟรี) แต่สุดท้ายก็ได้ขึ้น และไปลงที่เดอะมอลล์บางแค

จากนั้นก็เริ่มเดินหาข้าวผัดกระเพรา ปรากฏว่าเจออยู่ร้านเดียว
ก็ลองเข้าไปยืนรอสั่งอาหาร ระหว่างรอ มองไปที่โต๊ะในร้าน คนนั่งเต็มทุกโต๊ะ
ที่ยืนข้างๆก็มี 3 คน ถือกระดาษคนละใบ แต่ละใบก็มี 2-3 รายการ
ส่วนพ่อครั่วนั้นมีอยู่คนเดียว

(2) ... เมื่อคิดว่า โอ้โห ฉันจะต้องรออีกนานแค่ไหนเนี่ย ก็เลยเปลี่ยนใจ เดินออกมา
ไปหากินเอาร้านหน้าดีกว่า

เข้ามาในเดอะมอลบางแค เล็งร้าน KFC ไว้ สภาพเดียวกัน แถวยาว เต็ม 3 แถวเลย

(3) ... เอาวะ แถวยาว อดไว้ก่อนก็ได้ ไปเดินเล่นในห้างดีกว่า
เดินเสร็จออกจากห้าง ก็เดินกลับมาที่โลตัสสาขาบางแค

ตอนนี้กำลังชั่งใจละ ว่าจะเลือก KFC ข้าวยำไก่แซ็บ 65 บาท พร้อมแป๊บซี่
หรือจะเลือก ข้าวผัดกระเพรา 30 บาท ในศูนย์อาหารของโลตัส

รู้ทั้งรู้ว่าการกินข้าวผัดกระเพราตามศูนย์อาหาร รสชาดมักจะแย่เสมอ
แต่ด้วยความงก จึงวัดดวง สั่งไป 1 จาน

(4) ... กินเสร็จก็โอ้โหย มันไม่อร่อยอะ ต้องหาอะไรล้างปากหน่อยแล้ว
เอาว่ะ สั่ง KFC ล้างปากก็ได้ จากนั้นก็ตรงไปที่ร้าน KFC

หลังจากที่มองคนทางซ้ายสั่งอาหารอยู่ 5 นาที มองคนทางขวาสั่งอาหารอยู่ 5 นาที
พอเขาสั่งเสร็จ แทนที่เด็กในร้านจะถามเราว่า เราจะสั่งอะไร
เด็กกับบอกว่า แถวนั่นเครื่องเจ๊งค่ะ
แล้วเด็กก็หันไปถามคนใหม่ ที่เพิ่งมาทีหลังเราว่า จะสั่งอะไรดีค่ะ

(5) ... ง่ะ เราก็หงุดหงิดสิ ฉันยืนอยู่ตรงนี้ตั้งเป็นชาติ แกไม่ถามฉันว่าจะเอาอะไร
เห้อ ในเมื่อไม่สนใจฉัน ฉันก็ไปละ ไปหากินเอาร้านหน้าก็ได้

ผ่านบ่าย 3 ไปแล้ว ยังหงุดหงิดกับมื้อเช้าไม่หาย
นั่งรถเมล์มาลงเดอะมอลท่าพระ ตรงไปร้าน KFC
ช่องว่างอยู่พอดีก็เลยสั่งไป ข้าวยำไก่แซ้บ 1 จาน

(6) ... เฮ้อ กว่าจะได้กินของอร่อย ลำบากจริงๆฉัน
แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอร่อยอะไรหรอก เพราะว่าเพิ่งอิ่มจากข้าวผัดกระเพราจานแรก
กินประชดชีวิตไปแค่นั้น

ขากลับก็นั่งรถสองแถวกลับบ้าน โดนสาดน้ำตลอดทาง
อืม ก็สงกรานต์นี่นะ จะไม่โดนสาดได้ไง
จะว่าไปก็สนุกดี คอยนั่งหลบ ไม่ให้โดนสาด แต่ก็เปียกหมดทั้งตัว

ก็สดชื่นดีเหมือนกัน หลังจากหน้าบูดมาทั้งวัน โดนน้ำสาดแล้วสดชื่นเลย

กลับถึงบ้าน หลังจากเช็ดมือถือ เช็ดบัตรประชาชนให้แห้ง
แล้วก็หยิบใส้กรอก 2 ไม้ ที่ซื้อจากเดอะมอลท่าพระออกมา
กางเกงก็ยังเปียก เสื้อก็ยังเปียก แต่อยากลองดูว่าอร่อยไหม

ว้าว ... นี่เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดของวันนี้เลย
คราวหน้าจะหาอะไรกิน ไปแค่เดอะมอล์ท่าพระก็พอแล้ว