วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ใครสร้างโลก ?

ที่บ้านเลี้ยงไก่ 1 ฝูง และแมว 3 ตัว เป็นแมวเด็ก 2 ตัว ทุกครั้งที่เปิดกรง แมวเด็กจะวิ่งไปที่จุดให้อาหาร และกินอาหารเม็ดจนหมด จากนั้นจะเริ่มดมๆ หากินเศษอาหารรอบๆครัว ไม่ว่าข้าวเปล่า หรืออะไรก็ตามที่กินได้ เหมียวน้อยกินหมด

สิ่งนี้ให้แนวคิดว่า สัตว์มีลิ้นไว้รับรสอาหาร และมีจมูกไว้ดมหาแหล่งอาหาร
สัตว์ที่เป็นเด็กประสาทสัมผัสส่วนนี้จะทำงานดีเป็นพิเศษ
เพื่อให้มันหาอาหารได้ และกินอาหาร และเติบโตเป็นผู้ใหญ่
พูดง่ายๆ มนุษย์ และสัตว์ทุกชนิดบนโลกใบนี้ มีประสาทสัมผัสที่จะรับรส และกินอาหาร

แล้วมันบอกเราได้ไงว่าใครสร้างโลก มันเป็นธรรมชาตินี่นา ?

ผมเคยเล่นเกม happy คนเลี้ยงหมู เกมจะเริ่มจากหมู 2 ตัว เราผสมพันธ์และให้อาหารจนมีหมูเป็น 100 ตัว
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเมื่อ 10000 ปีก่อน โลกเรามีคน 2 คน แล้ว 2 คนนี้ไม่กินอาหาร และไม่ผสมพันธุ์
โลกก็จะสิ้นสุด ไม่มีมนุษย์ ไม่มีสัตว์

ดังนั้น ใครก็ตามที่สร้างโลก ได้สร้างลิ้นกับปาก กับจมูก ให้กับสิ่งมีชีวิตต่างๆ
รวมถึงสร้างความหื่นด้วย เพื่อให้สิ่งมีชีวิตต่างๆขยายพันธ์

เมื่อเปรียบเทียบกับเกมเลี้ยงหมูแล้ว โลกเราต้องมีใครสักคนสร้างขึ้นมาแน่ ๆ .....

วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2556

รีวิว The Lone Ranger

จากทีมผู้สร้าง Pirates of the Caribbean ทั้งผู้กำกับ, คนเขียนบท, นักแสดง และ ผู้อำนวยการสร้าง
หนังถูกสบประมาทไว้ว่าเจ๊งแน่ๆ และผลออกมาเจ๊งจริงๆ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ผมไม่รู้สึกอยากดู

เหมือนหนังฟอร์มยักษ์ที่เจ๊งเรื่องอื่นๆ ผมจะดูเพื่อพิสูจน์ว่ามันสมควรเจ๊งจริงหรือเปล่า

King Kong : เนื้อเรื่องยืดยาดเกินไป
Superman Return : เปิดเรื่องได้น่าเบื่อมาก แต่หลังจากนั้นก็สนุกดี
John Carter : มันน่าเบื่อจริงๆนะ มองไปทางไหน มีแต่ทะเลทราย เนื้อเรื่องไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีอะไรให้ลุ้นเลย

The Lone Ranger .... สุดยอด ... สมฝีมือของผู้กำกับ Gore Verbinski , Johnny Depp ก็ยังเป็นกัปตันติงต๊องเหมือนเดิม (น่ารักดี)

ขอพูดถึงส่วนที่ขอติก่อน
1. แค่หนัง Cowboys จะทุนสร้างอะไรตั้ง 200 ล้าน คนอื่นเขามีแค่ 10 ล้านก็สร้างหนัง Cowboy ได้แล้ว
2. จบเหมือนหนังเกย์ แทนที่จะลงเอยกับนางเอก ดันวิ่งหนีนางเอก แล้วควบม้าไปกับผู้ชาย

3. นางเอกเป็นแค่ตัวประกอบ ไม่ดึงดูดให้ผู้ชายอยากดู

และขอพูดส่วนที่ขอชม

ตอนผมเป็นเด็ก หนังไทยสมัยก่อนที่ฉายให้ดูช่อง 7 บางเรื่องจะให้แง่คิด ให้คติสอนใจ
พักหลังๆมานี้ หนัง Hollywood เน้นแต่ฉากอลังการ เนื้อเรื่องสนุก แต่มองข้ามการให้แง่คิด
The Lone Ranger คือหนังที่ให้คติสอนใจ และให้แง่คิดที่ดีๆ กับคนดู

โดยเฉพาะกับคนไทยทั้งประเทศ

ว้าว ..... คิดได้ขนาดนั้นเชียวเหรอ

ตอนกลางๆเรื่อง เมื่ออินเดียแดงเล่าภูมิหลังของทอนโต้ (ขออนุญาติสปอย)

ในวัยเด็ก ทอนโต้เจอคนขาว 2 คนสลบอยู่ จึงช่วยพากลับมารักษาตัวในหมู่บ้านอินเดียแดง
คนขาวเจอหินก้อนหนึ่งเป็นสีเงิน และรู้ว่าเป็นแร่เงิน จึงถามเด็กว่า เอาหินก้อนนี้มาจากไหน
เด็กไม่บอก ... คนขาวจึงให้นาฬิกาพก 1 อันแก่เด็ก เด็กดีใจมาก และพาไปดูแหล่งที่มีหินสีเงิน
คนขาวโลภมากหอบหินใส่เต็มกระเป๋า ก็เอาไปไม่หมด
คนขาวอยากจะเก็บสถานที่นี้เป็นความลับไม่ให้ใครรู้ จึงฆ่าหมดทั้งหมู่บ้าน และจากไป
ทอนโต้ในวัยเด็กเสียใจมาก และตั้งใจว่าโตขึ้นจะต้องล้างแค้นให้ได้

เฉพาะ 10 นาทีนี้ นี่ละครับ คือสิ่งที่คนไทยทั้งประเทศควรดู

เด็กน้อยดีใจที่ได้นาฬิกาพก แต่ต้องแลกกับชีวิตของคนทุกคนในหมู่บ้าน

และในตอนใกล้จบ ทอนโต้คืนนาฬิกาพกให้คนขาว และพูดว่า "แลกแล้วไม่คุ้ม"

เมืองไทยเรา ตลอด 15 ปีมานี้ คนไทยบางส่วน นิยมชมชอบการได้รับของฟรี
แต่ไม่รู้เลยว่า ต้องสูญเสียสิ่งอื่นที่มีค่ามากกว่า

แค่แง่คิดเล็กๆ ที่ผู้กำกับสอดแทรกไว้ในหนังนี่แหล่ะ ที่ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังในดวงใจของผมอีกเรื่องหนึ่ง


.

วันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2556

รีวิว เที่ยวภูกระดึง

จากที่อ่านในเน็ต เห็นมีรีวิวเที่ยวภูกระดึงเยอะอยู่แล้ว ดังนั้น จะขอเขียนสรุปสั้นๆ ดังนี้

1. เหตุผลที่ไปเที่ยวภูกระดึง

- ราคาถูก เมื่อเราเดินทางไปถึงภูกระดึงแล้ว เราไม่ต้องเสียค่ารถ ค่าเรือ
หลังจากนั้น มีแต่เดินกับเดิน อยากไปเที่ยวไหน ... เดินไป
- โดยเฉพาะเมื่อเราเอาเต็นท์ไปเอง เสียค่าพื้นที่กางเต๊นท์ วันละ 60 บาท กับค่าบัตรเข้าอุทยานแค่ 40 บาท เที่ยว 3 วัน อุทยานเก็บตังค์เราแค่ 220 บาท ไม่แน่ใจว่าไปเที่ยวที่อื่น 4 วัน 3 คืน จะได้ราคาถูกขนาดนี้หรือเปล่า
- บนยอดภูกระดึง มีจุดแวะเที่ยวมากกว่า 10 จุด แล้วแต่ความขยันเดินของเราว่าจะไปไหน

2. จะเที่ยวภูกระดึง ต้องระวังอะไรบ้าง

ควรเดินขึ้นเขาก่อนเวลา 11 โมง เพราะต้องใช้เวลาเดินขึ้น 6 ชม กว่าจะถึงจุดกางเต๊นท์
ถ้าเดินช้า หรือพระอาทิตย์ตกเร็ว อาจมืดระหว่างทาง เป็นอันตรายได้

- ระวังรองเท้ากัด : ควรเตรียมไปทั้งรองเท้าแตะ และรองเท้าหุ้มส้น เน้นที่ใส่สบายไม่กัดเท้า เพราะต้องเดินเยอะมาก ถ้ารองเท้ากัด คุณจะเดินอย่างทรมานสุดๆ
- ระวังทากดูดเลือด : มันชอบกระโดดเกาะขา แขน ลำตัว ทากจะเยอะในหน้าฝน (ต.ค.-พ.ย.) และจะน้อยในหน้าหนาว สำหรับจุดกางเต๊นท์ โซน V จะมีทากเยอะ โซน H, L จะไม่มีทาก
- ระวังหนาว : เตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วย อุณภูมิอาจต่ำถึง 8 องศา ในตอนกลางคืน
- ระวังลื่น : ในการเดินขึ้นเขาระยะทาง 5 ก.ม. พยายามก้าวอย่างระมัดระวัง เพราะถ้าล้มจนขาหัก จะกลายเป็นคนพิการได้ (ตอนเดินลงเขาก็ต้องระวังเหมือนกัน)
- ระวังช้างเหยียบ : อย่าไปไหนตามลำพัง ควรเดินเป็นกลุ่มใหญ่ ในเส้นทางที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ อ่านป้ายคำเตือนต่างๆ อย่ามัวแต่ฟังเพลงเพราะเราต้องใช้หูฟังเสียงแปลกๆในป่า

เส้นทางอันตรายคือเส้นทางไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่จะนัดรวมกันเวลาตี 5 มีทหารเดินนำทางไปชมพระอาทิตย์ขึ้น
เส้นทางเดินกลับจากผานกแอ่นผ่านลานพระแก้วกลับมาที่จุดบริการนักท่องเที่ยว มีเหตุช้างป่าเหยียบคนมาแล้วหลายครั้ง ควรเดินเป็นกลุ่ม และหมั่นสังเกตุระหว่างเดินทางนี้

- ระวังสัตว์ป่าคุ้ยอาหารในเต๊นท์ : ไม่ควรเก็บอาหารไว้ในเต๊นท์ ควรกินให้หมด และทิ้งถังขยะให้เรียบร้อย หากสัตว์ป่าได้กลิ่นอาหาร มันอาจบุกพังเต๊นท์ เป็นอันตรายได้ (สัตว์อาจมาตอนเที่ยงคืน)
และไม่ควรกางเต๊นท์ใกล้ถังขยะ เพราะกลางคืนสัตว์ป่าชอบมาเดินรอบๆถังขยะ (เนื่องจากมีกลิ่นอาหาร)

นอกจากนี้ เวลาไปไหนควรไปเป็นกลุ่ม เผื่อมีปัญหา จะได้มีคนช่วยได้

3. ต้องเตรียมอะไรบ้าง

- เต๊นท์ที่พัก (เอาเต๊นท์ไปเอง เสียค่าพื้นที่กางเต๊นท์แค่วันละ 60) สภาพดี ไม่มีรูรั่ว (กันน้ำค้าง กันทาก)
- เสื้อกันหนาว (สำคัญมาก)
- รองเท้าแตะ (ใส่สบาย) กับรองเท้าผ้าใบ (กันทากเกาะเท้า)
- กางเกงขาสั้น (ใส่เดินขึ้นเขา เพื่อความคล่องตัว)
- กางเกงขายาว (ใส่นอนขาจะได้ไม่เย็น และกันทากเกาะเท้าด้วย)
- ถุงเท้าลูกเสือ (กันทากเกาะขา)
- หมวกไอ้โม่ง (ใส่ตอนนอนกันทากเข้าหู)

ไม่ต้องเอาผ้าห่มไป ไปเช่าถุงนอนวันละ 30 บาท อุ่นกว่า
เวลาเรานอนในถุงนอน ส่วนหัวจะอยู่นอกถุง
ถุงนอนจะทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นรองนอน และเป็นผ้าห่ม รวมถึงกันทากเกาะขาด้วย
(เอาผ้าห่มบางๆไป 1 ผืนก็ได้ สำหรับคลุมหัว ส่วนที่ถุงนอนไม่คลุม)

- แปรงสีฟัน, ยาสีฟัน, สบู่, ยาสระผม, ผ้าเช็ดตัว (ใช้หนุนแทนหมอนได้ด้วย)
- ไฟฉาย, ที่ชารตแบทมือถือ (มีบริการชารตแบท 2 ชม 20 บาท)
- หูฟัง (เอาไว้อุดหูตอนนอน ป้องกันทากเข้าหู)
- น้ำเปล่า 2-3 ขวด (เอาไปด้วย ช่วยประหยัดได้)
- แป้งทาตัว (เอาไว้โรยรอบเต๊นท์) เอาไว้ทาตามเท้า ตามมือ (กันทาก)
- พลาสเตอร์ปิดแผล, ยาคลายกล้ามเนื้อ, ยาดม, ยาแก้ไข้
- เข็ม ด้าย (เผื่อกางเกงเป้าขาด เป้สะพายขาดจากน้ำหนักเกิน)

4. อยู่บนภูกระดึงแล้ว ควรไปเที่ยวไหน

- ควรเดินไปน้ำตกวังกวาง เส้นทางนั้น วิวสวย เดินไม่ไกล มี 5 น้ำตก ติดต่อกัน เริ่มเดิน 9 โมง เที่ยงก็กลับถึงที่พักแล้ว (เป็นเส้นทางใกล้ป่าปิด ควรไปเป็นกลุ่ม และระวังช้างด้วย)
- ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น รวมตัวกันที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเวลาตี 5 จะมีเจ้าหน้าที่นำทางไป
- เดินจากที่พักไปสระอโนดาด, ผานาน้อย, ผาจำศีล, ผาหมากดูดแล้วกลับที่พัก

ผมเคยเดินจากที่พักไปผาหล่มสัก แล้วเดินเลาะหน้าผากลับที่พัก ปรากฏว่าขาลาก เพราะเดิน 20 ก.ม.
หากจะไปชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก เตรียมตัวให้พร้อม
ทางที่ดีเช่าจักรยานถึบไปจะดีกว่า น่าจะสบายกว่า

5. ค่าใช้จ่าย

นอกจากค่ากางเต๊นท์ ค่าผ่านประตูที่ราคาถูกแล้ว ส่วนที่แพงจะเป็นค่าอาหาร และสินค้าทุกอย่างที่ขายบนนั้น เพราะต้องจ้างลูกหาบแบกขึ้นไป

ข้าวผัดกระเพรา 60
ข้าวราดแกงกับข้าว 2 อย่าง 70
กาแฟ 40
โค้กเล็ก 40
น้ำเปล่าเล็ก 30
น้ำเต้าหู้ 25
กาแฟร้อน 25

โดยส่วนตัว ผมมองว่าไม่แพง เท่าที่ซื้อกินหลายร้าน บริการดีทุกร้าน กับข้าวก็ตักเต็มจาน
ดูจากต้นทุนที่ต้องจ้างลูกหาบแล้ว ถือว่าราคาไม่แพงเลย

คิดง่ายๆ ข้าว + น้ำ มื้อละ 100 พอดี วันละ 3 มื้อก็ 300 บาท

แต่ผมมีวิธีประหยัดคือ
- ตอนเช้ากินน้ำเต้าหู้ 25 บาท
- เที่ยงกินกาแฟเย็น 40 บาท
- 4 โมงเย็น กินข้าวราดแกง + เป๊ปซี่เล็ก 100 บาท
- 2 ทุ่ม กินน้ำเต้าหู้แก้หนาว 25 บาท
(แต่ในความเป็นจริง บางวันผมก็กินข้าวทั้งมื้อเช้า มื้อเที่ยง แล้วแต่อารมณ์)

พยายามเตรียมเงินไปเผื่อๆไว้ จะได้มีเงินซื้อข้าวและมีแรงเที่ยว

พวกขนม กับมาม่าที่เตรียมไปผมไม่ได้กินเลย กินข้าวที่ร้านข้าวแกงอร่อยกว่า :)

วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

รีวิว Elysium

ชื่อ Matt Damon กับหนัง Action Sci-fi ฟอร์มยักษ์ แค่นี้ก็น่าสนใจแล้ว
เริ่มต้นดูหนังเหมือนสายตาที่มองหนังฟอร์มยักษ์ทั่วๆไป อย่าง Pacific Rim, Wolverine


หนังเปิดเรื่องด้วยการปูพื้นว่า โลกอนาคตคนรวยอยู่บนท้องฟ้า
ส่วนคนจนอยู่บนโลกที่มีแต่มลภาวะ
พระเอกของเราเป็นเพียงเด็กกำพร้า ที่โตขึ้นมาเป็นแค่หนุ่มโรงงาน


หนังมาถึงตรงนี้ ผมยังนึกไม่ออกเลยว่า พระเอกของเราจะกู้โลกได้ยังไง
ไม่ได้มีความสามารถอะไรพิเศษเลย เป็นแค่หนุ่มโรงงานคนหนึ่ง


ต่อมาโรงงานเกิดขัดข้อง พระเอกได้รับกัมมันภาพรังสี และจะตายภายใน 5 วัน
ทางเดียวที่จะรอดคือต้องแอบขึ้นไปบนเอลิเซี่ยม
พระเอกรับงานจากพวกใต้ดิน เพื่อแลกกับตั๋วขึ้นไปรักษาตัวบนเอลิเซี่ยม


เป้าหมายคือเอาชีวิตตัวเองให้รอด ไม่ได้มีเป้าหมายกอบกู้โลก หรือช่วยเหลือใครแต่อย่างใด


จุดนี้ถือว่าคนคิดเรื่อง ทำได้ดีมาก หนังไม่น่าเบื่อ ไม่ซ้ำซาก ไม่ดราม่า
เป็นสถานการณ์ตกบันไดพลอยกระโจน

จากที่เคยคิดแค่จะเอาตัวเองรอด กลายเป็นการกอบกู้โลกในท้ายที่สุด

ถ้าเป็นเมื่อ 20 ปีก่อน บทดีๆ แบบนี้ต้องเป็นของ อาร์โนล ชวาเซเน็กเกอร์ แน่นอน
แต่บทนี้เป็นของ แม็ท เดม่อน ก็เหมาะสมเหมือนกัน

ชอบเนื้อเรื่อง, วิธีเดินเรื่อง, การกำกับ, ดาราทุกคนเหมาะกับบท

10/10 โลด สนุกมาก

วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

วิธีกู้ข้อมูล Harddisk

ในขณะที่ใช้คอมไปตามปรกติ คอม copy ไฟล์ช้า เลยลองสั่ง check disk ดู (ใช้ Windows 7)
windows ถามว่า ถ้าอยากจะ check disk จริงๆ จะต้อง force unmount นะ
ด้วยความอยากตรวจสอบฮาร์ดดิส เลยตกลง force
หลังจากนั้นมัน check disk ไม่สำเร็จ windows เป็นจอฟ้า ต้อง restart เครื่อง

(คำเตือนว่า force unmount น่าจะเปลี่ยนเป็น คุณต้องการลบข้อมูลทิ้งหรือไม่ ถ้าถามแบบนี้ เราตอบ No แน่ๆ)

พอ restart เข้า windows ได้แล้ว ไดร์วนั้นกลายเป็น unformatted partition
คลิกเข้าไปดูไฟล์ไม่ได้

ลองหาโปรแกรมกู้พาร์ทิชั่นในเน็ต ใช้ไม่ได้สักตัว
ลองไปลองมา ใช้โปรแกรมพวก partition recovery ค่อยๆ copy ไฟล์ไป external harddisk
แล้วมันก็ช้าลงเรื่อยๆ จนจอฟ้า

พอเปิดเครื่องอีกที notebook มองไม่เห็น harddisk เข้า windows ไม่ได้
(สถานะการณ์ย่ำแย่กว่าเมื่อกี้อีก)


 วิธีแก้
1. ทำให้คอมมองเห็นฮาร์ดดิสก่อน

อ่านในเน็ต ใน windows xp จะมีคำสั่ง fixmbr, fixboot วิธีใช้คำสั่งนี้ ก็คือ boot ด้วยแผ่น setup windows xp หน้าจอแรก จะมี option ให้กด R เพื่อเข้าสู่ recovery console

เข้าไปแล้ว กดตัวเลข เพื่อเลือก windows ที่เราจะเข้า
จนเจอ command prompt เราก็พิมพ์ว่า fixmbr แล้ว restart เครื่อง

(สำหรับ recovery console ของ windows 7 จะใช้คำสั่ง bootrec /fixmbr แทน)

คำเตือน หาก fixmbr ผิดไดรว์ ข้อมูลอาจหายหมด

ก่อนจะ fixmbr ควรใส่ harddisk ที่เสียไว้ใน notebook เพียงอันเดียวเท่านั้น
อย่าเอาฮาร์ดดิสที่ไม่เสียมาพ่วง เพราะถ้า fixmbr ผิดไดรว์ ข้อมูลจะสูญหาย

2. fixmbr เสร็จแล้วก็ถอดฮาร์ดดิสที่เสียไปใส่กล่อง external harddisk

3. เปิดคอมอีกเครื่อง ติดตั้งโปรแกรม get data back for ntfs

4. เสียบ external harddisk เข้าไป แล้วรันโปรแกรม get data back กด next ไปเรื่อยๆ และรอ

โปรแกรมจะแสดงรายชื่อไฟล์ที่น่าจะกู้ได้ เราเลือก copy แล้วก็ save ไฟล์ใน harddisk อีกตัวนึง


กฏสำคัญ
1. หลังจากเกิดเหตุ harddisk อ่านไม่ได้ อย่าเขียนไฟล์, อย่า format, อย่าลบ partition, อย่าสั่ง chkdisk
2. สมมุติในคอมมี 3 ไดรว์ เสียแค่ไดรว์ E ให้รีบ backup ไดร์ว C, D ไว้ใน ฮาร์ดดิสอีกตัวนึง
แล้วค่อยกลับมากู้ไฟล์ในไดรว์ E

เพราะในระหว่างที่เรากู้ไฟล์ไดรว์ E มันจะส่งผลกระทบให้ไดร์ว C และ D เสียไปด้วย
ก่อนกู้ เราจึงต้อง backup ไดร์วที่ยังไม่เสียก่อน


3. ปิด antivirus ด้วย เพราะ antivirus จะแสกน ฮาร์ดดิส ตลอดเวลา
ทำให้การกู้ไฟล์ล้มเหลว และ harddisk เสียมากขึ้นได้

4. เมื่อกู้ไฟล์ออกจาก harddisk ที่เสียหมดแล้ว ให้ format และแบ่ง partition ใหม่
copy ไฟล์ใหญ่ๆ ลงไปให้เต็ม harddisk , restart เครื่อง ลบ partition แล้ว แบ่ง partition ใหม่
แล้ว format อีกที เพื่อให้ bad sector ต่างๆ ถูกเขียนทับ

วันอังคารที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2556

รีวิว Black Swan กับ New Year's Eve

2 เรื่องนี้เป็นหนังดัง แต่เพราะว่าไม่ใช่หนัง action หรือ สยองขวัญ เลยไม่คิดจะดู
วันนี้เซ็งๆ เลยหยิบมาดู ดูเรื่อง Black Swan เป็นเรื่องแรก

แปลกดี ทั้งๆที่เป็นหนัง Drama แต่เรากลับดูตั้งแต่ต้นไปจนจบเรื่อง โดยไม่รู้สึกเบื่อ
ยกความชอบให้ผู้กำกับ ทำได้ไงก็ไม่รู้

อีกเรื่องก็ New Year's Eve ก่อนดูก็รู้แล้วว่า เป็นหนังรวมดารา
คงจะออกแนวผูกหลายๆเรื่อง แล้วเอาไปคลี่คลายตอนจบ เหมือนหนังแนวนี้เรื่องอื่นๆ

เรื่องนี้ก็ทำได้ดี เราอยากติดตามไปจนจบเรื่อง

Hollywood นี่เขาสร้างหนังเก่งจริงๆ สามารถทำให้เราเพลิดเพลินไปกับหนังได้
ทั้งๆที่เป็นเรื่องราวพื้นๆ ในชีวิตทั่วๆไป

วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ลำดับเหตุการณ์ในหนังซอมบี้

1. Resident Evil 1 - ไวรัสแพร่ระบาดจากห้องทดลองใต้ดิน
2. Resident Evil 2 - ไวรัสแพร่ไปทั่วเมือง
3. Dawn of the Dead - ไวรัสแพร่ทั่วเมือง
4. Resident Evil 3 , 4 , 5 - ไวรัสแพร่ไปทั่วโลก
5. I am legend - นักวิจัยหาวิธีต้านไวรัสซอมบี้อยู่คนเดียว
6. World War Z - พบวิธีหลบซอมบี้
7. Warm Bodies - ซอมบี้กลับเป็นคนเหมือนเดิม

จบเรื่อง