วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2556

รีวิว Dying Breed

กลุ่มนักสำรวจไปตามหาเสือแทสมาเนีย แต่ไปเจอมนุษย์กินคนแทน

เชื่อหรือไม่ว่า ตอนจบเหลือพระเอกรอดคนเดียว
ขณะที่รอด พระเอกไม่รู้ว่าใครคือ คนร้ายตัวจริง
และไม่รู้ว่าทุกคนรอบตัวคือมนุษย์กินคน

สุดท้าย .... ก็เลยไม่รอด

ทั้งๆที่หนีพวกในป่า เข้าไปในชุมชนได้แล้ว มีตำรวจมาหาด้วย
ตอบจบตำรวจกลับโรงพัก
แทนที่จะขอนั่งรถไปกับตำรวจ

แต่เนื่องจากไม่รู้ว่า พวกที่อยู่รอบตัวนี่แหล่ะคือมนุษย์กินคน
พระเอกเลยนั่งกินกาแฟไปเรื่อยเปื่อย ... ก็เลยโดนเชือดตอนจบ

ทั้งที่มีโอกาสรอด แต่กลับชะล่าใจว่าตัวเองรอดแล้ว สุดท้ายก็เลยไม่รอด

แง่คิดที่ได้จากหนังเรื่องนี้ก็ตอนจบนี่แหล่ะ

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2556

รีวิว Final Destination 2

หนังเก่า วันนี้เปิดดูอีกรอบนึง รู้สึกว่าภาคนี้น่าจะเป็นภาคที่ดีที่สุด ถ้าเทียบกับภาค 4 กับ 5
ภาค 4 กับ 5 เหมือนหนังที่มีฉากอุบัติเหตุสลับกับฉากคนคุยกัน หาความสัมพันธ์ของเนื้อเรื่องแทบไม่ได้

แต่ภาค 2 นี่ ผูกเรื่องมาดี มีความสมเหตุสมผล ไม่ได้โชว์อุบัติเหตุเอามันส์อย่างเดียว

ภาคนี้ให้แง่คิดว่า
1. อย่าขับรถตามหลังรถบรรทุกท่อนซุง ถ้ามันหลุดออกมา เกิดอุบัติเหตุได้
2. อย่าเอาขวดน้ำไว้ใต้แป้นเบรค จะทำให้เหยียบเบรคไม่ได้
3. อย่าโยนเศษอาหารไว้ตามพื้น คนเดินผ่านอาจลื่นหกล้มได้ (ในหนังคนที่โยนเศษอาหารเป็นคนหกล้มซะเอง)
4. อย่าตื่นตกใจเกินกว่าเหตุ ฉากที่ตะขอเกี่ยวผมผู้หญิง ผู้หญิงดิ้นหนีสุดฤทธิ์ แต่ดันไปติดอยู่ตรงประตูลิฟ ตายเพราะความลนลานแท้ๆ
5. ถุงลมนิรภัยก็ทำให้คนตายได้ ถ้ามีไม้แหลมอยู่ข้างหลัง

หนัง final destination เน้นความเชื่อที่ว่า คนเราเมื่อถึงที่ตาย หนียังไงก็ไม่พ้น
ส่วนนี้จะว่าไปก็เห็นด้วย เหมือนคำโปรยใบปิดหนังอีกเรื่องนึงที่ว่า

all the power in the universe can't change destiny.
ก็แปลว่าพลังอะไรในจักรวาลก็เปลี่ยนโชคชะตาไม่ได้

ไม่รู้จะเขียนอะไรต่อ 555 จบรีวิว

เพิ่งนึกออก หนังเรื่องนี้ให้แง่คิดว่า คนเราไม่ว่าจะรวยหรือจน เมื่อถึงเวลาตาย ก็เอาอะไรไปด้วยไม่ได้
ดิ้นรนไปก็หนีความตายไม่พ้น
ระหว่างที่เรามีชีวิตอยู่ แทนที่จะกังวลเรื่องวันตายของตัวเอง เอาเวลาไปช่วยเหลือคนอื่นดีกว่า ตายไปจะได้ขึ้นสวรรค์

วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

รีวิว Vacancy 2

ก็แค่หนังสยองขวัญไล่ฆ่ากันเรื่องนึง ทำไมต้องรีวิว ...

หนังเรื่องนี้ภาคแรกได้ฉายโรง ภาค 2 ไม่ได้ฉายโรง ส่งขายเป็นหนังแผ่นเลย

โดยส่วนตัว เวลาดูหนังแนวนี้ จะชอบคิดว่า
1. ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับเรา เราจะเอาตัวรอดยังไง
2. บทหนังสมเหตุสมผลหรือเปล่า หรือแค่จงใจให้ตัวละครโดนเชือด

หนังเรื่องนี้ทำได้ดีในแง่ของ ความมีเหตุผลของเหตุการณ์ต่างๆในเรื่อง

1. เริ่มจาก ข้อเท็จจริงที่ว่า ที่พักบางแห่ง มีกล้องแอบถ่าย
เวลาจะปล้ำกัน ก็ดูกล้องด้วย อาจเป็นดาราโป๊โดยไม่ตั้งใจได้

แต่โรงแรมในเรื่องนี้ โรคจิตกว่านั้น ชอบฆ่าแขกที่มาพักด้วย

2. ช่วงต้นๆเรื่อง มีตากับยาย จะมาพัก แต่เจ้าของโรงแรมไม่อยากฆ่าเลยปล่อยไป
สถานการณ์นี้น่าสนใจตรงที่ 2 ตายาย ไม่ได้รู้เลยว่า โรงแรมนี้เตรียมจะเชือดคนที่เข้าพัก

นั่นเลยเป็นเรื่องน่าสนใจว่า เวลาเจอคนแปลกหน้า ยิ้มให้ บอกทางให้
ในใจเขาอาจจะไม่ยิ้มเหมือนใบหน้าก็ได้
เพราะหลังจากปล่อย 2 ตายายไป เจ้าของโรงแรมก็เริ่มไล่เชือด นางเอกกับเพื่อน

3. พอนางเอกวิ่งไปหาบ้านที่อยู่ใกล้ๆ ขอให้ช่วย 2 ตายายในบ้านนั้น กลับไว้ใจเจ้าของโรงแรม
ผลสุดท้าย โดยเก็บทั้งคู่
อันนี้ก็ให้บทเรียนเหมือนข้อ 2 คือ คนเรารู้จักกันมานานก็จริง แต่ความลับของเขา เราอาจจะยังไม่รู้ก็ได้

4. ตอนจบที่นางเอกโดนจับ อันนี้ บทหนังแอบช่วยนางเอกนิดนึง
ช่วยให้นางเอกดิ้นจนไม้เก้าอี้หลุด (เรื่องจริงคงไม่ง่ายอย่างนั้น)
หนังเรื่องนี้จัดว่าโหด ไม่เหมาะสำหรับเด็ก
แต่จุดที่ดีกว่าหนังสยองขวัญทั่วไปก็คือ การให้แง่คิด และความสมเหตุสมผลของเนื้อเรื่อง

รีวิว Sanctum

http://www.imdb.com/title/tt0881320/

แอบอ่านชื่อเรื่องว่า เซ็งถ้ำ ก็มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับถ้ำจริงๆนี่น่า
เทียบกับเรื่อง the cave ก็คล้ายๆกัน คือ ไปดำน้ำในถ้ำ แล้วก็ตายไปทีละคนๆ เหมือนกัน

แต่เรื่องนี้น่าสนใจกว่าตรงที่ ไม่มีสัตว์ประหลาด
อันตรายต่างๆในหนังเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นจริง ถ้าเราไปดำน้ำในถ้ำ ได้แก่

1. ถ้าจะมีฝนตก ให้รีบออกจากถ้ำ เพราะน้ำจะท่วม จมน้ำตายได้
2. หากสายอากาศขาด ถังสำรองเป็นสิ่งจำเป็น
3. เวลาใต่เชือก อย่าไว้ผมยาว เส้นผมอาจพันกับเชือกได้
ฯลฯ

หนังเรื่องนี้ ทั้งสนุกและได้ความรู้ไปพร้อมๆกัน ขอแนะนำ

วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

รีวิว Insidious

www.imdb.com/title/tt1591095/

เคยดู 2 ปีมาแล้ว ยอมรับว่าเป็นหนังที่น่ากลัวมาก เนื้อเรื่องก็แปลกใหม่ ดูแล้วเชื่อว่า นี่สร้างจากเรื่องจริงหรือเปล่าเนี่ย

เรื่องย่อ คือ อยู่ดีๆ เด็กหลับไม่ตื่น 3 เดือน หมอผีบอกว่าวิญญาณออกจากร่าง
เลยให้พ่อเด็กถอดวิญญาณไปตามเด็กมาเข้าร่าง

ตอนจบทำได้ดีมากๆ ขอเล่าแค่นี้ละกัน

ใครยังไม่ดูขอแนะนำว่า อย่าดูคนเดียว ...

ย้อนอ่านรีวิวเก่าของตัวเองเรื่อง Source Code แล้วทำให้คิดว่า เรื่องนี้ก็คล้ายๆกันนะ
เรื่อง Source Code เชื่อแบบทฤษฏีวิทยาศาสตร์ว่ามีโลกคู่ขนาน
เรื่อง Insidious เชื่อแบบไสยศาสตร์ว่า มีชีวิต มีวิญญาณ มีโลกของวิญญาณ

เอ๊ะ ... หรือมันจะเป็นเรื่องเดียวกัน ที่เล่าจากมุมมองที่ต่างกัน

วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2556

วิธีรับมือกับหน้าร้อน

หน้าร้อนนี้ อากาศร้อนอบอ้าวทุกวัน อุณหภูมิ 37 องศา ตอนกลางวัน คงจะอยู่ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษา
ต่อไปนี้คือเทคนิคที่ผมใช้รับมือกับอากาศร้อน

1. เก็บความเย็นตอนกลางคืนไว้ให้นานที่สุด

ในตอนเช้า อากาศภายในบ้านยังเย็นอยู่ อย่าเปิดประตูหน้าต่าง เปิดหน้าต่างแค่แง้มๆ ก็พอ
แสงจะเข้ามาบ้าง อาจจะดูมืดไปหน่อย แต่ก็ยังพอมองเห็น (และอย่าเปิดหลอดไฟด้วย)
อากาศเย็นตอนกลางคืน จะยังคงอยู่ไปจนถึงตอนเที่ยง

2. ดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้า

เปิดพัดลมให้มันบ้าง ไม่ว่าจะเป็นโน๊ตบุค แท็บเล็ต เพราะถ้ามันร้อนจัด มันพังได้

3. ทำน้ำแข็งกินเอง

ใช้กล่องไอติมวอลล์ กล่องละ 65 บาท กินไอติมให้หมด เหลือแต่กล่องเปล่า
ล้างให้สะอาด แล้วเติมน้ำสะอาด ปิดฝา แช่ช่องฟรีส
ทิ้งข้ามคืนไว้ วันพรุ่งนี้จะมีน้ำแข็งกินฟรี (ช่วงหน้าร้อน ผมแช่คืนละ 2 กล่อง)
ตอนจะกิน แกะน้ำแข็งออกจากกล่อง ถ้าแกะไม่ออก คว่ำกล่องลง เทน้ำใส่ด้านหลัง (บริเวณก้นกล่อง)
น้ำแข็งจะละลายหลุดออกมาเอง เอาใส่ถุงก๊อปแก๊ป เอาสากทุบ จะได้น้ำแข็งก้อนเล็กๆ

4. ชงเครื่องดื่มเอง

เอาน้ำแข็งใส่กระติก แล้วชง กาแฟ โอวัลติน ชาเนสที น้ำแดง แล้วแต่สะดวก
(น้ำหวานทุกชนิด ไม่ควรดื่มเกินวันละ 1 แก้ว เพราะจะทำให้อ้วน)

5. หามุมเย็นๆ

หลังเที่ยงไปแล้ว อากาศจะเริ่มร้อนจัด พัดลมก็เอาไม่อยู่
ลองเดินให้ทั่วบ้าน อาจพบมุมเย็นๆ ที่อากาศไม่ร้อน ถ้าเจอแล้ว ก็ปูเสื่อ นั่งเล่น นอนเล่นได้

6. อาบน้ำ

อาบน้ำ สระผมเลย ร้อนดีนัก  ช่วยให้มีชีวิตแบบเย็นๆไปได้ครึ่งชั่วโมง

7. รับลมเย็น

หากระหว่างวัน มีฝนตก มีลมเย็นๆผ่าน ให้เปิดหน้าต่างทุกบาน เพื่อระบายความร้อนในบ้านออก
และรับอากาศเย็นจากนอกบ้านเข้ามาแทน


บ้านผมไม่ได้ติดแอร์ แต่ถึงติดแอร์ ผมก็คิดว่านั่นไม่ใช่ทางออกที่ดี
หากอากาศร้อนจัด และทุกบ้านพร้อมใจกันเปิดแอร์
โรงไฟฟ้าอาจไม่มีไฟฟ้าเพียงพอที่จะจ่าย และอาจทำให้ไฟดับได้

ดังนั้น การพยายามรับมือกับหน้าร้อน โดยใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าให้น้อยที่สุด
น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า

วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2556

รีวิว Source Code

เรื่องย่อ

พระเอกโดนระเบิด ร่างกายใช้การไม่ได้ เหลือแต่สมอง
ต่อมามีเหตุการณ์รถไฟระเบิด
นักวิทยาศาสตร์เก็บเศษสมองบนรถไฟ มาเชื่อมต่อกับสมองพระเอก
ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ โดยจำลองเหตุการณ์ 8 นาที ก่อนรถไฟระเบิด
เพื่อให้พระเอกเข้าไปหาเบาะแสว่า ใครเป็นคนวางระเบิด

หลังจากจำลองเหตุการณ์ไปหลายรอบ ในที่สุดพระเอกก็เจอคนวางระเบิด
จึงบอกนักวิทยาศาสตร์ว่า คนวางระเบิดชื่ออะไร
ทหารก็เลยไปจับคนวางระเบิดได้ ก่อนที่จะไปวางระเบิดลูกที่สอง

หนังเรื่องนี้ นักวิทยาศาสตร์คิดว่าตัวเองได้จำลองเหตุการ์จากความจำที่หลงเหลือในเศษสมอง
แต่พระเอกบอกว่า มันไม่ใช่แค่การจำลอง แต่มันเป็นโลกคู่ขนานที่จิตของพระเอก เดินทางเข้าไปได้

ตอนจบพระเอกเลยขอให้ปิดเครื่อง เพื่อให้จิตของพระเอกจะได้ติดอยู่ในโลกคู่ขนานนั้น
ในสภาพร่างกายปรกติ

....

ดังนั้น แนวคิดของหนังเรื่องนี้ เชื่อว่า ในจักรวาลของเรา มีโลกคู่ขนาน
โลกคู่ขนาน ก็คือ อีกโลกหนึ่งซึ่งมีทุกอย่างเหมือนโลกปัจจุบัน
เช่น โลกปัจจุบัน โนบิตะพบรักกับชิซูกะ
แต่ในโลกคู่ขนาน โนบิตะพบรักกับใจโกะ
และในโลกคู่ขนานอีกใบ โนบิตะเป็นคนฉลาด
และมีโลกคู่ขนานอีกนับไม่ถ้วน ที่เหตุการณ์แตกต่างออกไป

.....

และแนวคิดอีกอย่างในหนังคือ โลกคู่ขนานนับไม่ถ้วนนั้น อยู่ในคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง
ซึ่งหากเราเข้าไปแก้ Source Code ได้ จิตเราจะไปอยู่ในโลกอีกใบ

ก็เป็นทฤษฏีนึง ที่เอาแนวคิดที่เข้าใจยาก มาทำเป็นหนังที่ดูสนุก