หลังจากได้ดู Evil Dead 2013 ทำให้เห็นความเกี่ยวพันธ์ของหนัง 5 เรื่องคือ
1. Evil Dead (2013)
2. The Evil Dead (1981)
3. The Woods (2006)
4. The Cabin in the Woods (2012)
5. Scary Movie 5 (2013)
1. พูดถึง Evil Dead 2013 ก่อน เปิดเรื่องมาก็มีตื่นเต้นเล็กน้อย
จากนั้นก็แนะนำตัวละคร จนถึงตอนอ่านหนังสือ และเริ่มมีปีศาจออกมาหลอก
หลังจากนั้นก็ออกแนวโหด เลือดสาด
ตอนที่ดูก็รู้สึกว่า ถ้าฆ่ากันไปเรื่อยๆจนจบ ก็คงเป็นแค่หนังสยอง โหดๆ ธรรมดา เรื่องนึง
แต่ตอนจบมีหักมุม ก็เลยพอยอมรับได้
ส่วนที่ไม่ชอบเลย ก็คงเป็นฉากโหด ไม่รู้จะโหดไปถึงไหน
สรุปว่าเหมาะกับคอหนังสยองเท่านั้น เปิดให้เด็ก หรือคนแก่ดูไม่ได้ เลือดท่วมจอเกินไป
ส่วนที่ชอบอีกนิดนึง ก็ตรงความผูกพันธ์ระหว่างเพื่อน (ชาย กับ ชาย) ที่คอยช่วยเหลือกันจนวันตาย
กับความผูกพันธ์ของพี่น้อง (ชาย กับ หญิง) ที่ยอมทำทุกอย่าง เพื่อช่วยน้อง
บวกกับการหักมุมตอนจบ เลยทำให้หนัง Evil Dead ดูมีเนื้อหาสาระน่าจดจำอยู่เหมือนกัน ...
2. พอดูเรื่องแรกจบ ก็เกิดสงสัยว่า แล้วเวอร์ชั่นดั้งเดิม มันเป็นยังไง สนุกไหม
ก็เลยไปหามาดู (มีพากษ์ไทยด้วย)
จากที่อ่านประวัติ imdb หนัง Evil Dead (1981) กำกับโดยผู้กำกับ Spiderman โดยมีทุนสร้างแค่ 350,000 $ กว่าจะสร้างจบ ทีมงานและผู้กำกับต้องลงทุนไปกู้นายทุนรอบทิศ เพื่อสร้างหนังเรื่องนี้
หากเขาเกิดปี 1959 เขากำกับหนังเรื่องนี้ตอนอายุ 22 เท่านั้น
โอ้โหหนังของคนอายุ 22 กลายเป็นตำนานที่ 32 ปีต่อมา ต้องเอามาสร้างใหม่ ....
จากการดู ก็ยอมรับว่า หนังไม่น่าเบื่อ มีส่วนคล้ายกับเวอร์ชั่นใหม่อยู่บ้าง ตรงความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน
แต่เนื้อหาไม่มีหักมุม แต่ก็น่ากลัว ตามยุคสมัยของมัน
กับทุุนสร้างแค่นั้น เขาทำได้ขนาดนี้ ก็ถือว่าเก่งแล้วละ
3. เอ๊ะ แล้วมันเกี่ยวยังไงกับเรื่อง The Woods (2006)
ก็เพราะพระเอก Evil Dead (1981) คือ Bruce Campbell ซึ่งแสดงเรื่อง The Woods (2006) ด้วย
The Woods เป็นหนังเกี่ยวกับป่า มีเถาวัลย์เลื้อยฆ่าคน ตอนจบนางเอกใช้ขวานฆ่าปีศาจ
และ Bruce เป็นพ่อของนางเอก
ซึ่งในเรื่อง Evil Dead, Bruce ก็ใช้ขวานฆ่าปีศาจเหมือนกัน ไม่เกี่ยวก็ต้องเกี่ยว ...555...
สิ่งที่แตกต่างมากๆ ก็คือ ไม่นึกว่าตอนหนุ่ม Bruce Campbell จะหล่อได้ขนาดนี้
4. พอนึกถึง The Cabin in the Woods ก็ร้องอ๋อเลย เนื้อเรื่องคล้าย Evil Dead (1981) มาก
มีกระท่อมร้างกลางป่า มีห้องใต้ถุนที่ต้องเปิดฝาลงไป
5. และสุดท้าย Scary Movie 5 ขำมากๆๆ ล้อเรื่อง Evil Dead 2013 เต็มๆ
จบรีวิว ที่ว่าถึงความสัมพันธ์ของหนัง 5 เรื่อง ที่ไม่น่าจะเกี่ยวกัน แต่ก็เกี่ยวข้องกันแบบรู้สึกได้ ...
วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556
วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2556
รีวิว Dark Skies
http://www.imdb.com/title/tt2387433/
คนที่ดูหนังมาเยอะอย่างเรา กับหนังบางเรื่อง ถ้าต้องเสียเวลาดูตั้งแต่ต้นจนจ บถือว่าเสียเวลามากๆ
ทุกๆนาทีของหนัง โดยเฉพาะ 30 นาทีแรก หนังต้องสะกดคนดูให้อยากติดตาม เราถึงจะอยากดูโดยไม่กด fast forward
หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ผมไม่กด fast forward เลยแม้แต่นาทีเดียว ...
ก่อนดู นึกว่าเป็นหนังผี ดูไปดูมา ... เหอๆๆๆ ....
นับตั้งแต่หนังเรื่อง The Fourth Kind นี่เป็นเรื่องที่ 2 ที่ทำให้ผมรู้สึกกลัว
ดูจนเหลืออีก 20 นาที หนังใกล้จบ ผมต้องปิดทีวี แล้วเข้านอน
(ตอนนั้น เที่ยงคืนพอดี นั่งดูอยู่คนเดียว)
พอเข้านอนแล้ว ถึงค่อยดูต่อจนจบ
จะมีเหตุการณ์ต่างๆในหนัง ซึ่งแปลก และเกิดขึ้นทุกคืน
จนกลางเรื่องมีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำว่าต้องสู้กับเหตุการณ์ประหลาดยังไง
และตอนจบเป็น climax นำไปสู่ผลการต่อสู้ และปริศนาทุกอย่างคลี่คลาย
หากคุณนั่งดูคนเดียว เวลาเที่ยงคืนเหมือนผม ... มีหนาวแน่ ๆ
แอบทึ่งในเนื้อหา, วิธีการเดินเรื่อง, ที่ทำให้รู้สึกน่าติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ
และหนังเรื่องนี้ดูได้ทั้งครอบครัว ไม่มีฉากเลือดสาดใดๆ ...
คนที่ดูหนังมาเยอะอย่างเรา กับหนังบางเรื่อง ถ้าต้องเสียเวลาดูตั้งแต่ต้นจนจ
ทุกๆนาทีของหนัง โดยเฉพาะ 30 นาทีแรก หนังต้องสะกดคนดูให้อยากติดตาม เราถึงจะอยากดูโดยไม่กด fast forward
หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ผมไม่กด fast forward เลยแม้แต่นาทีเดียว ...
ก่อนดู นึกว่าเป็นหนังผี ดูไปดูมา ... เหอๆๆๆ ....
นับตั้งแต่หนังเรื่อง The Fourth Kind นี่เป็นเรื่องที่ 2 ที่ทำให้ผมรู้สึกกลัว
ดูจนเหลืออีก 20 นาที หนังใกล้จบ ผมต้องปิดทีวี แล้วเข้านอน
(ตอนนั้น เที่ยงคืนพอดี นั่งดูอยู่คนเดียว)
พอเข้านอนแล้ว ถึงค่อยดูต่อจนจบ
จะมีเหตุการณ์ต่างๆในหนัง ซึ่งแปลก และเกิดขึ้นทุกคืน
จนกลางเรื่องมีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำว่าต้องสู้กับเหตุการณ์ประหลาดยังไง
และตอนจบเป็น climax นำไปสู่ผลการต่อสู้ และปริศนาทุกอย่างคลี่คลาย
หากคุณนั่งดูคนเดียว เวลาเที่ยงคืนเหมือนผม ... มีหนาวแน่ ๆ
แอบทึ่งในเนื้อหา, วิธีการเดินเรื่อง, ที่ทำให้รู้สึกน่าติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ
และหนังเรื่องนี้ดูได้ทั้งครอบครัว ไม่มีฉากเลือดสาดใดๆ ...
วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
ทฤษฏีโลกหลังความตาย (อีกแล้ว)
หากย้อนอ่าน blog เก่าๆของผม จะเห็นว่าผมมีแนวคิดที่วิเคราะห์จากหนังบ้าง และที่คิดเองบ้างเกี่ยวกับเรื่องนี้ วันนี้เกิดแนวคิดขึ้นมาอีก
ถ้าหากในโลกมนุษย์เรา มีทั้งตำรวจดีและไม่ดี เมื่อเราตายไปแล้ว ความเชื่อสากลเชื่อว่า ทำดีไปสวรรค์ ทำชั่วไปนรก ดังนั้น ในโลกหลังความตาย ก็น่าจะมีคนตัดสินว่าใครไปสวรรค์ ใครไปนรก
สมมติเราเรียกคนนี้ว่าผู้ตัดสิน ซึ่งมีทั้งคนดี และคนไม่ดี
เหมือนหนังเรื่อง Constantine
ผู้ตัดสินที่ดี คอยดูว่าใครทำดีและพาไปสวรรค์
ผู้ตัดสินที่นิสัยไม่ดี คอยดูว่าใครทำชั่วและพาไปนรก
หากเราเป็นคนๆนึง ที่ไม่ทำความดี และไม่ทำความชั่วเลย จะเกิดอะไรขึ้น
ผู้ตัดสินนิสัยไม่ดี จะยั่วยุเรา ให้ทำความชั่ว เพื่อจะได้ลากเราลงนรก (ผมคิดอย่างนั้นนะ)
เช่น เราตั้งใจว่าจะไม่กินเนื้อสัตว์ ก็จะมีเหตุให้เรายอมแพ้ ชอบกินเนื้อสัตว์
เราตั้งใจว่าจะดูแลพ่อแม่อย่างดี ก็จะมีเหตุให้เราทะเลาะกับพ่อแม่
ในส่วนนี้ ศาสนาพุทธเราสอนให้เราเจริญสติ คือ ท่องว่า หิวหนอ, ปวดหนอ, อยากหนอ, หงุดหงิดหนอ
หากมีมารมายั่วยุ เมื่อเรารู้ทัน เราก็จะไม่ปล่อยตัวเองให้ทำผิด เช่น ด่าว่าพ่อแม่
ปรกติผมเป็นคนไม่ค่อยเข้าวัด ไม่ค่อยทำบุญ คำสอนเหล่านี้เคยได้ยิน ตอนวัยรุ่น
และคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระ จะท่องไปทำไม เดินหนอ หิวหนอ
จนเมื่อเรารู้สึกว่ามีมารมายั่วยุ และเราควบคุมตัวเองไม่ได้ พ่ายแพ้แก่มาร
เราจึงเข้าใจว่า สิ่งเหล่านั้นคือการรู้ทัน ใช้สติควบคุมตนเองไม่ให้แพ้แก่มาร
และสิ่งนี้ยืนยันว่า เมื่อเราไม่ประสงค์จะทำดีและทำชั่ว
มารจะเข้ามายั่วยุเราให้ทำชั่ว เพื่อลากเราลงนรก
สิ่งที่เราต้องทำคือ ต้องมีสติ อย่าให้มารมากำหนดชีวิตเรา
ถ้าหากในโลกมนุษย์เรา มีทั้งตำรวจดีและไม่ดี เมื่อเราตายไปแล้ว ความเชื่อสากลเชื่อว่า ทำดีไปสวรรค์ ทำชั่วไปนรก ดังนั้น ในโลกหลังความตาย ก็น่าจะมีคนตัดสินว่าใครไปสวรรค์ ใครไปนรก
สมมติเราเรียกคนนี้ว่าผู้ตัดสิน ซึ่งมีทั้งคนดี และคนไม่ดี
เหมือนหนังเรื่อง Constantine
ผู้ตัดสินที่ดี คอยดูว่าใครทำดีและพาไปสวรรค์
ผู้ตัดสินที่นิสัยไม่ดี คอยดูว่าใครทำชั่วและพาไปนรก
หากเราเป็นคนๆนึง ที่ไม่ทำความดี และไม่ทำความชั่วเลย จะเกิดอะไรขึ้น
ผู้ตัดสินนิสัยไม่ดี จะยั่วยุเรา ให้ทำความชั่ว เพื่อจะได้ลากเราลงนรก (ผมคิดอย่างนั้นนะ)
เช่น เราตั้งใจว่าจะไม่กินเนื้อสัตว์ ก็จะมีเหตุให้เรายอมแพ้ ชอบกินเนื้อสัตว์
เราตั้งใจว่าจะดูแลพ่อแม่อย่างดี ก็จะมีเหตุให้เราทะเลาะกับพ่อแม่
ในส่วนนี้ ศาสนาพุทธเราสอนให้เราเจริญสติ คือ ท่องว่า หิวหนอ, ปวดหนอ, อยากหนอ, หงุดหงิดหนอ
หากมีมารมายั่วยุ เมื่อเรารู้ทัน เราก็จะไม่ปล่อยตัวเองให้ทำผิด เช่น ด่าว่าพ่อแม่
ปรกติผมเป็นคนไม่ค่อยเข้าวัด ไม่ค่อยทำบุญ คำสอนเหล่านี้เคยได้ยิน ตอนวัยรุ่น
และคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระ จะท่องไปทำไม เดินหนอ หิวหนอ
จนเมื่อเรารู้สึกว่ามีมารมายั่วยุ และเราควบคุมตัวเองไม่ได้ พ่ายแพ้แก่มาร
เราจึงเข้าใจว่า สิ่งเหล่านั้นคือการรู้ทัน ใช้สติควบคุมตนเองไม่ให้แพ้แก่มาร
และสิ่งนี้ยืนยันว่า เมื่อเราไม่ประสงค์จะทำดีและทำชั่ว
มารจะเข้ามายั่วยุเราให้ทำชั่ว เพื่อลากเราลงนรก
สิ่งที่เราต้องทำคือ ต้องมีสติ อย่าให้มารมากำหนดชีวิตเรา
วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
รีวิว Cloud Atlas
http://www.imdb.com/title/tt1371111/
Cloud Atlas เป็นหนัง 3 ช.ม. ของผู้กำกับ The Matrix
(เรื่องก่อนนั้นว่างงแล้ว เรื่องนี้งงหนักกว่า)
หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับการตายแล้วเกิดใหม่ เป็นชาติต่างๆ 6 ชาติ ของคนกลุ่มหนึ่ง
หนังเดินเรื่องสลับไปมา ระหว่างชาติต่างๆ คนดูต้องลำดับเนื้อหาเอาเอง
ว่าชาติแรกเนื้อเรื่องเป็นยังไง ชาติที่สองเนื้อเรื่องเป็นยังไง
เหมือนเป็นหนังเล็ก 6 เรื่อง ที่ฉายพร้อมๆกันบน TV 6 ช่อง
พอเรื่องแรกโฆษณา เราก็กดรีโมทไปดูอีกช่องนึง
เลยกลายเป็นดูทีเดียวพร้อมกัน 6 เรื่อง ... 5555
ความสนุกอยู่ที่การลับสมองว่า เราจะจำเนื้อเรื่องได้ไหม (เล่นฉายสลับไปสลับมานี่นา)
และนั่งทายว่า ตัวละครตัวนี้ เป็นดาราคนไหน
แต่ละคนเปลี่ยนโฉมซะจนจำไม่ได้
ตอนที่ชอบคือตอนคนแก่หนีจากบ้านพักคนชรา ... ตลกดี
สาระหลักของหนังน่าจะอยู่ตรงแนวคิดว่า ตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบันจนไปถึงอนาคต
มนุษย์เรายังคงชอบจับคนอื่นมาทำเป็นทาสรับใช้
ในยุคแรกๆ คนขาวจับคนดำมาทำเป็นทาส
ในยุคปัจจุบัน ชาติที่ร่ำรวยใช้แรงงานจากชาติที่ยากจน ให้ทำงานที่คนรวยไม่ทำ เช่น ฆ่าไก่
(แม้แต่ในเมืองไทยเอง เราก็ใช้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานนี้)
และในยุคอนาคตที่เราสามารถสร้างมนุษย์โคลนนิ่งได้ เราก็ยังโคลนนิ่งเพื่อให้เป็นทาสเรา โดยที่เราเอาเปรียบเขาทุกอย่าง
เมื่อเราเอาแต่ความเจริญทางวัตถุ และไม่เอื้อเฟื้อต่อกัน สุดท้ายโลกก็จะล่มสลาย ....
Cloud Atlas เป็นหนัง 3 ช.ม. ของผู้กำกับ The Matrix
(เรื่องก่อนนั้นว่างงแล้ว เรื่องนี้งงหนักกว่า)
หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับการตายแล้วเกิดใหม่ เป็นชาติต่างๆ 6 ชาติ ของคนกลุ่มหนึ่ง
หนังเดินเรื่องสลับไปมา ระหว่างชาติต่างๆ คนดูต้องลำดับเนื้อหาเอาเอง
ว่าชาติแรกเนื้อเรื่องเป็นยังไง ชาติที่สองเนื้อเรื่องเป็นยังไง
เหมือนเป็นหนังเล็ก 6 เรื่อง ที่ฉายพร้อมๆกันบน TV 6 ช่อง
พอเรื่องแรกโฆษณา เราก็กดรีโมทไปดูอีกช่องนึง
เลยกลายเป็นดูทีเดียวพร้อมกัน 6 เรื่อง ... 5555
ความสนุกอยู่ที่การลับสมองว่า เราจะจำเนื้อเรื่องได้ไหม (เล่นฉายสลับไปสลับมานี่นา)
และนั่งทายว่า ตัวละครตัวนี้ เป็นดาราคนไหน
แต่ละคนเปลี่ยนโฉมซะจนจำไม่ได้
ตอนที่ชอบคือตอนคนแก่หนีจากบ้านพักคนชรา ... ตลกดี
สาระหลักของหนังน่าจะอยู่ตรงแนวคิดว่า ตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบันจนไปถึงอนาคต
มนุษย์เรายังคงชอบจับคนอื่นมาทำเป็นทาสรับใช้
ในยุคแรกๆ คนขาวจับคนดำมาทำเป็นทาส
ในยุคปัจจุบัน ชาติที่ร่ำรวยใช้แรงงานจากชาติที่ยากจน ให้ทำงานที่คนรวยไม่ทำ เช่น ฆ่าไก่
(แม้แต่ในเมืองไทยเอง เราก็ใช้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานนี้)
และในยุคอนาคตที่เราสามารถสร้างมนุษย์โคลนนิ่งได้ เราก็ยังโคลนนิ่งเพื่อให้เป็นทาสเรา โดยที่เราเอาเปรียบเขาทุกอย่าง
เมื่อเราเอาแต่ความเจริญทางวัตถุ และไม่เอื้อเฟื้อต่อกัน สุดท้ายโลกก็จะล่มสลาย ....
วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
รีวิว Wind Chill (2007)
http://www.imdb.com/title/tt0486051/
เลือกดูเรื่องนี้เพราะเป็นหนังสยองขวัญของนางเอกคนสวย Emily Blunt
ก่อนดูไม่ได้อ่านเรื่องย่อ รู้แต่เป็นหนังสยองขวัญ
ระหว่างดูก็เดาไปต่างๆนาๆว่า นี่เป็นหนังฆาตกรโรคจิต หรือหนังผี หรือหนังมนุษย์ต่างดาว
ดูจนจบ รู้สึกเฉยๆ ไม่รู้สึกสนุก
แค่มีประเด็นติดค้างในใจว่า ทำไมตอนนั้นถึงทำอย่างนี้ ทำไมคนเขียนบทถึงเขียนแบบนี้
สนุกก็ไม่สนุก โรแมนติคก็ไม่ น่ากลัวก็แค่นิดหน่อย
หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับการขับรถกลับบ้านของ 2 หนุ่มสาว และรถเสียกลางหิมะตอนกลางคืน
ส่วนจะเป็นหนังสยองขวัญแบบไหน เล่าไปเดี๋ยวจะไม่ได้ลุ้น
ถ้าดูฆ่าเวลา ดูเอาบรรยากาศ และปล่อยให้หนังเล่าเรื่องไป หนังเรื่องนี้ก็มีอะไรให้จดจำเหมือนกัน ...
เลือกดูเรื่องนี้เพราะเป็นหนังสยองขวัญของนางเอกคนสวย Emily Blunt
ก่อนดูไม่ได้อ่านเรื่องย่อ รู้แต่เป็นหนังสยองขวัญ
ระหว่างดูก็เดาไปต่างๆนาๆว่า นี่เป็นหนังฆาตกรโรคจิต หรือหนังผี หรือหนังมนุษย์ต่างดาว
ดูจนจบ รู้สึกเฉยๆ ไม่รู้สึกสนุก
แค่มีประเด็นติดค้างในใจว่า ทำไมตอนนั้นถึงทำอย่างนี้ ทำไมคนเขียนบทถึงเขียนแบบนี้
สนุกก็ไม่สนุก โรแมนติคก็ไม่ น่ากลัวก็แค่นิดหน่อย
หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับการขับรถกลับบ้านของ 2 หนุ่มสาว และรถเสียกลางหิมะตอนกลางคืน
ส่วนจะเป็นหนังสยองขวัญแบบไหน เล่าไปเดี๋ยวจะไม่ได้ลุ้น
ถ้าดูฆ่าเวลา ดูเอาบรรยากาศ และปล่อยให้หนังเล่าเรื่องไป หนังเรื่องนี้ก็มีอะไรให้จดจำเหมือนกัน ...
วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
อยู่กรุงเทพไปเที่ยวไหนได้มั่ง ?
ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หลายๆท่านอยู่กับบ้าน เพราะไม่รู้จะไปไหน นี่คือกิจกรรมที่สามารถทำได้ หากท่านอยู่ใน กทม
1. เที่ยวสวนสาธารณะ - ในกทมมีมากกว่า 30 สวน สวนขนาดใหญ่ได้แก่
- สวนหลวง ร.9 ... กว้างมาก, มีเรือถีบ, มีน้ำตกจำลอง, มีพุ่มไม้เขาวงกต
- สวนรถไฟ ... กว้างมาก, มีจักรยานให้เช่า, มีทางเดินเชื่อมไปสวนสิริกิติ์, มีร้านขายอาหารตรงทางเข้า
ช่วงเวลาที่น่าไปคือ ต้นฤดูฝน ดอกไม้จะสวย, เดือนกุมพาพันธ์ ใบไม้ร่วงเต็มสวน สวยไปอีกแบบ
- สวนธนบุรีรมย์ ... กว้างมาก, มีมุมสวยๆ ร่มรื่น เยอะมาก
- สวนเบญจกิติ ... อยู่ติดศูนย์ประชุมสิริกิติ์ เหมาะที่จะไปเดินตอนเย็นๆ มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่กลางสวน นั่งเก้าอี้ดูพระอาทิตย์ตก เพลินมาก
- สวนพระนคร ... (แต่อยู่ใกล้ ม. ลาดกระบัง) กว้างปานกลาง เดินจากสวนไป ม.ลาดกระบัง นั่งรถไฟกลับ หัวลำโพงได้
- เขาดิน ... มีเรือถีบ วิวสวย
2. นั่งรถไฟระยะใกล้ เช็คตารางเดินรถได้ที่ www.railway.co.th
- วงเวียนใหญ่-มหาชัย ข้ามเรือไปต่อสาย บ้านแหลม-แม่กลอง
- ศิริราช-ศาลายา
- หัวลำโพง-ลาดกระบัง
- หัวลำโพง-รังสิต
3. นั่งเรือ
- เรือธงส้ม สาทร-ท่าน้ำนนท์ ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาไปเรื่อยๆ
- เรือข้ามฟาก ปากน้ำ ... บริเวณนั้นเป็นแม่น้ำที่กว้าง นั่งเรือข้ามฟากเล่นก็เพลินเหมือนกัน
4. นั่งรถเมล์
- ออกจากบ้าน 7 โมงเช้า นั่งรถเมล์สายที่ไม่เคยไป นั่งจนสุดสาย แล้วหาคันใหม่ นั่งไปเรื่อยๆ
บางครั้งจะผ่านสถานที่ที่น่าสนใจ เช่น สวนสาธารณะเล็กๆ เราก็ลงไปเดินเที่ยว
แล้วก็หารถเมล์นั่งต่อไป ตกเย็นก็นั่งรถเมล์กลับบ้าน
5. เที่ยวเช้าไปเย็นกลับ กับการรถไฟ www.railway.co.th ทริปที่ราคาถูก และเที่ยวสนุก คือ
- น้ำตกไทรโยคน้อย ... พอถึงจุดหมายแล้ว เดินจากน้ำตก ขึ้นเขาไปสักพัก จะมีถ้ำ และมีคนนำทาง ภายในถ้ำ มีขนาดกว้างใหญ่
- สวนสนปดิพัทธ์ ... พอถึงจุดหมาย สามารถเหมารถไปเขาตะเกียบ เขาตะเกียบมีลักษณะเป็นเขาวงกต หากเราเดินเท้าขึ้นไป จะมีทางแยกซ้ายขวา เลือกไปทางไหนก็ได้ เพราะจะมีทางไปเรื่อยๆ
บนยอดเขา มีพระพุทธรูป และจุดชมวิวมองชายหาดหัวหิน
6. เที่ยวเช้าไปเย็นกลับ กับรถไฟฟรี ไปน้ำตกเอราวัณ
- ขึ้นรถไฟฟรีที่สถานีธนบุรี (ใกล้โรงพยาบาลศิริราช) รถไฟออก 7.45 ถึงกาญจนบุรี 11.00 ไป บขส แล้วนั่งรถบัสไปน้ำตกเอราวัณ (ค่ารถ 50) ขากลับ นั่งรถทัวว์กลับ กทม (ค่ารถ 100 กว่าบาท)
- น้ำตกเอราวัณจะมี 7 ชั้น ชั้นบนสวยที่สุด เหมาะสำหรับคนชอบเดินขึ้นเขา
1. เที่ยวสวนสาธารณะ - ในกทมมีมากกว่า 30 สวน สวนขนาดใหญ่ได้แก่
- สวนหลวง ร.9 ... กว้างมาก, มีเรือถีบ, มีน้ำตกจำลอง, มีพุ่มไม้เขาวงกต
- สวนรถไฟ ... กว้างมาก, มีจักรยานให้เช่า, มีทางเดินเชื่อมไปสวนสิริกิติ์, มีร้านขายอาหารตรงทางเข้า
ช่วงเวลาที่น่าไปคือ ต้นฤดูฝน ดอกไม้จะสวย, เดือนกุมพาพันธ์ ใบไม้ร่วงเต็มสวน สวยไปอีกแบบ
- สวนธนบุรีรมย์ ... กว้างมาก, มีมุมสวยๆ ร่มรื่น เยอะมาก
- สวนเบญจกิติ ... อยู่ติดศูนย์ประชุมสิริกิติ์ เหมาะที่จะไปเดินตอนเย็นๆ มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่กลางสวน นั่งเก้าอี้ดูพระอาทิตย์ตก เพลินมาก
- สวนพระนคร ... (แต่อยู่ใกล้ ม. ลาดกระบัง) กว้างปานกลาง เดินจากสวนไป ม.ลาดกระบัง นั่งรถไฟกลับ หัวลำโพงได้
- เขาดิน ... มีเรือถีบ วิวสวย
2. นั่งรถไฟระยะใกล้ เช็คตารางเดินรถได้ที่ www.railway.co.th
- วงเวียนใหญ่-มหาชัย ข้ามเรือไปต่อสาย บ้านแหลม-แม่กลอง
- ศิริราช-ศาลายา
- หัวลำโพง-ลาดกระบัง
- หัวลำโพง-รังสิต
3. นั่งเรือ
- เรือธงส้ม สาทร-ท่าน้ำนนท์ ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาไปเรื่อยๆ
- เรือข้ามฟาก ปากน้ำ ... บริเวณนั้นเป็นแม่น้ำที่กว้าง นั่งเรือข้ามฟากเล่นก็เพลินเหมือนกัน
4. นั่งรถเมล์
- ออกจากบ้าน 7 โมงเช้า นั่งรถเมล์สายที่ไม่เคยไป นั่งจนสุดสาย แล้วหาคันใหม่ นั่งไปเรื่อยๆ
บางครั้งจะผ่านสถานที่ที่น่าสนใจ เช่น สวนสาธารณะเล็กๆ เราก็ลงไปเดินเที่ยว
แล้วก็หารถเมล์นั่งต่อไป ตกเย็นก็นั่งรถเมล์กลับบ้าน
5. เที่ยวเช้าไปเย็นกลับ กับการรถไฟ www.railway.co.th ทริปที่ราคาถูก และเที่ยวสนุก คือ
- น้ำตกไทรโยคน้อย ... พอถึงจุดหมายแล้ว เดินจากน้ำตก ขึ้นเขาไปสักพัก จะมีถ้ำ และมีคนนำทาง ภายในถ้ำ มีขนาดกว้างใหญ่
- สวนสนปดิพัทธ์ ... พอถึงจุดหมาย สามารถเหมารถไปเขาตะเกียบ เขาตะเกียบมีลักษณะเป็นเขาวงกต หากเราเดินเท้าขึ้นไป จะมีทางแยกซ้ายขวา เลือกไปทางไหนก็ได้ เพราะจะมีทางไปเรื่อยๆ
บนยอดเขา มีพระพุทธรูป และจุดชมวิวมองชายหาดหัวหิน
6. เที่ยวเช้าไปเย็นกลับ กับรถไฟฟรี ไปน้ำตกเอราวัณ
- ขึ้นรถไฟฟรีที่สถานีธนบุรี (ใกล้โรงพยาบาลศิริราช) รถไฟออก 7.45 ถึงกาญจนบุรี 11.00 ไป บขส แล้วนั่งรถบัสไปน้ำตกเอราวัณ (ค่ารถ 50) ขากลับ นั่งรถทัวว์กลับ กทม (ค่ารถ 100 กว่าบาท)
- น้ำตกเอราวัณจะมี 7 ชั้น ชั้นบนสวยที่สุด เหมาะสำหรับคนชอบเดินขึ้นเขา
วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2556
รีวิว Dying Breed
กลุ่มนักสำรวจไปตามหาเสือแทสมาเนีย แต่ไปเจอมนุษย์กินคนแทน
เชื่อหรือไม่ว่า ตอนจบเหลือพระเอกรอดคนเดียว
ขณะที่รอด พระเอกไม่รู้ว่าใครคือ คนร้ายตัวจริง
และไม่รู้ว่าทุกคนรอบตัวคือมนุษย์กินคน
สุดท้าย .... ก็เลยไม่รอด
ทั้งๆที่หนีพวกในป่า เข้าไปในชุมชนได้แล้ว มีตำรวจมาหาด้วย
ตอบจบตำรวจกลับโรงพัก
แทนที่จะขอนั่งรถไปกับตำรวจ
แต่เนื่องจากไม่รู้ว่า พวกที่อยู่รอบตัวนี่แหล่ะคือมนุษย์กินคน
พระเอกเลยนั่งกินกาแฟไปเรื่อยเปื่อย ... ก็เลยโดนเชือดตอนจบ
ทั้งที่มีโอกาสรอด แต่กลับชะล่าใจว่าตัวเองรอดแล้ว สุดท้ายก็เลยไม่รอด
แง่คิดที่ได้จากหนังเรื่องนี้ก็ตอนจบนี่แหล่ะ
เชื่อหรือไม่ว่า ตอนจบเหลือพระเอกรอดคนเดียว
ขณะที่รอด พระเอกไม่รู้ว่าใครคือ คนร้ายตัวจริง
และไม่รู้ว่าทุกคนรอบตัวคือมนุษย์กินคน
สุดท้าย .... ก็เลยไม่รอด
ทั้งๆที่หนีพวกในป่า เข้าไปในชุมชนได้แล้ว มีตำรวจมาหาด้วย
ตอบจบตำรวจกลับโรงพัก
แทนที่จะขอนั่งรถไปกับตำรวจ
แต่เนื่องจากไม่รู้ว่า พวกที่อยู่รอบตัวนี่แหล่ะคือมนุษย์กินคน
พระเอกเลยนั่งกินกาแฟไปเรื่อยเปื่อย ... ก็เลยโดนเชือดตอนจบ
ทั้งที่มีโอกาสรอด แต่กลับชะล่าใจว่าตัวเองรอดแล้ว สุดท้ายก็เลยไม่รอด
แง่คิดที่ได้จากหนังเรื่องนี้ก็ตอนจบนี่แหล่ะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






























