วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2555

รีวิว LG MDD64 ของดีราคาถูก

เครื่องเสียงรุ่นนี้ เล่น DVD ได้ 3 แผ่น ราคาปรกติ 4990 บาท ถูกกว่ายี่ห้ออื่นซึ่งส่วนใหญ่ สเปคนี้จะราคา 10000 บาท โดยประมาณ

หลังจากใช้มา 2 สัปดาห์ ขอรีวิวข้อดีข้อเสีย ดังนี้ครับ

1. เสียงดีหรือเปล่า ?

ผมทดสอบโดยฟังเพลง พันทิพย์, ฝนตกที่หน้าต่าง, คุณรู้ไหมครับ, หัวใจให้เธอ

ลองปรับ EQ เป็น Normal, Nateral, Rock, Pop, Jazz, Classic, Xdss ให้เสียงทุ้มและเบสหนักทั้งหมด ซึ่งไม่ใช่แบบที่ผมชอบ
ผมชอบเสียงใสๆ และเสียงเบสนุ่มๆ แต่ไม่หนักเกินไป

แม้ว่า EQ ส่วนใหญ่ จะมีแต่เสียงทุ้ม แต่ข้อดีของ LG เครื่องนี้คือ มี user EQ ให้ด้วย
ซึ่งถ้ากำหนดเป็น base +1, Middle +1, Trebble Max
จะได้เสียงดีที่สุด ทั้งเสียง base และเสียงใส และเสียงกีต้าร์ชัดๆ

การฟังเพลง ถือว่าผ่านครับ เสียงเพราะ ปรับได้ตามใจชอบ

2. ดูหนัง DivX

ขอพูดถึงข้อเสียก่อนนะครับ โดยเครื่องนี้อ่านไฟล์ DivX โดยคิดว่าหน้าจอ TV มีสัดส่วน 4:3
แม้เราจะกำหนด setup หน้าจอเป็น 16:9 แต่ภาพที่ได้ ยังคงสัดส่วน 4:3
ภาพจึงผิดสัดส่วน เมื่อแสดงผลบน LCD 32 นิ้ว
ต้องใช้การปรับสัดส่วนที่เครื่อง TV ช่วย จึงจะเห็นภาพที่สัดส่วนถูกต้อง

ส่วนข้อดีคือ ภาพชัดตามมาตรฐาน DivX (แต่ชัดน้อยกว่า DVD)
เวลาดูหนัง เสียงดี ทั้งเสียงกระหึ่ม เสียงใส เสียงพูด OK เลย
การปรับ 2 ภาษา, ปรับ subtitle ก็ปรับง่าย
ไม่ผิดหวังครับ ถือเป็นเครื่องเล่น DivX ที่ดีเครื่องนึง

สรุปข้อเสีย 2 ข้อ คือ
1. ภาพหดเมื่อเปิดกับจอ LCD 32 นิ้ว ต้องใช้การปรับสัดส่วนบนเครื่อง TV ช่วย ถึงจะเห็นสัดส่วนถูกต้อง
2. ไม่มีปุ่ม Zoom

แม้จะมีข้อเสียบ้าง แต่ TV ของผมปรับสัดส่วนได้ ผมก็เลยดู DivX ได้อย่างมีความสุข

3. ดูหนัง VCD

OK ครับ ชัดในระดับ VCD ไม่มีปัญหา

4. ดูหนัง DVD

555 ติมาเยอะแล้ว ถึงโอกาสชมซะที ภาพที่ออกมาจาก LG เครื่องนี้ ชัดดีครับ
โดยเปิดหนังสัดส่วน 2.35:1 กับจอ LCD 32 นิ้ว ภาพชัดน้อง HD Player เลย
ส่วนนี้เป็นส่วนที่ชอบมากๆ เล่นได้ 3 แผ่น แล้วภาพยังสวยอีก
สีสันสดใส ภาพคมชัด ถือว่าผ่านครับ ... (ข้อเสียคือ ไม่มีปุ่ม Zoom)

5. ฟังเพลง MP3

ถ้าปรับ EQ จนถูกใจแล้ว ก็ฟังเพลงเพราะดีครับ
ผมชอบเอา Micro SD จากมือถือ มาเสียบกับ USB Adapter แล้วเอามาเสียบช่อง USB ของเครื่องนี้
ก็ฟังเพลงได้สะดวกดี

6. ฟังเทป

ไม่ได้ลองเยอะมาก แต่ก็ฟังได้ ถือเป็นของแถมละกัน
เพราะปัจจุบัน แทบจะหาเครื่องเสียงที่เปิดเทปไม่ได้แล้ว มีแต่รุ่นนี้นี่แหล่ะ ยังฟังเทปได้

7. ฟัง FM, AM ยังไม่ได้ทดสอบ

8. รีโมท

เยี่ยมครับ ปุ่มต่างๆ กดง่าย จัดตำแหน่งได้ดี

9. การเปลี่ยนแผ่น 3 แผ่น
- เปลี่ยนแผ่นระหว่างเล่นได้
- กดเปลี่ยนแผ่นได้ง่าย


โดยรวมๆ ถือว่า คุ้มมากๆ กับคุณภาพ สเปค และราคาระดับนี้
ผมชอบเปิดเพลง ชอบดูหนัง DVD และ DivX
เครื่องนี้ทำได้ทุกอย่างที่ผมต้องการ

ที่คอยดูต่อไป ก็เรื่องอายุการใช้งาน ว่าจะใช้ทนแค่ไหน ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไป ....
(โดยส่วนตัว มือถือ LG 2 เครื่องที่เคยซื้อ ใช้ทนมากๆ เลยค่อนข้างไม่ลังเลที่จะซื้อ LG เครื่องนี้)

วันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555

หลักในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าลดราคา

1. สำรวจเป็นนิสัย - เช่น ทุกครั้งที่มีโอกาสเดินห้าง ก็ควรเดินดูสินค้าชนิดต่างๆ ที่เราสนใจ แล้วจำราคาไว้
อย่างราคาที่ผมจำได้ตอนนี้ก็คือ LCD TV 32 นิ้ว 9500 บาท มี 2 ยี่ห้อ คือ โตชิบ้า กับ ชาร์ป
บลูเรย์เพลเยอร์ราคา 2990 บาท มี 2 ยี่ห้อคือ Samsung กับ LG

2. เมื่อเราจำราคาสินค้าได้แล้ว เราก็ไปห้างต่อไป ทำแบบนี้ ทุกเดือน ทุกสัปดาห์ ทุกครั้งที่มีโอกาสเดินห้าง
ห้างหลักๆ ที่มักจะมีของลดราคา คือ BigC, Lotus ห้างที่ลดราคานานๆครั้ง แต่ก็ยังน่าสำรวจราคา คือ Power Buy, Power Mall, Macro

3. ลองเครื่อง - เราเห็นของถูกก็จริง แต่การได้ลองใช้ดูว่าตรงกับความต้องการของเราไหมก็สำคัญ
สำหรับ TV, เครื่องเสียง ผมจะไม่ลอง เพราะเกรงใจพนักงานขาย
แต่มือถือ หลายๆห้าง มีเครื่องให้ลอง ผมชอบไปกดๆดู ว่าเป็นยังไง
บางทีก็ลองถ่ายภาพ แล้วส่งผ่าน bluetooth เข้ามือถือ เอาภาพที่ถ่ายได้มาเปิดดูที่บ้านว่า กล้องชัดไหม

4. เทศกาล - ช่วงเวลาที่เครื่องใช้ไฟฟ้ามักจะลดราคา คือ ก่อนสงกรานต์, ตรุษจีน 1 สัปดาห์ และเดือน พ.ย. - ธ.ค.

5. การลดราคาของห้างเหล่านี้จะมี 2 แบบ
- 1. สินค้าใหม่ ลดราคา
- 2. ตัวโชว์ ลดราคา

ปรกติเมื่อสินค้าลดราคา ถ้าเราซื้อก่อน เราจะได้ของใหม่แกะกล่อง
แต่ถ้าของใหม่หมด แล้วมีคนอยากซื้อ ทางห้างจะขายตัวโชว์ให้ ซึ่งก็ไม่ดีเท่าของใหม่

ห้างเหล่านี้มักจะมีนโยบาย คืนเงินใน 7 วัน ถ้าสินค้ามีตำหนิ
คนที่ซื้อใหม่แกะกล่องไป บางคนเจอสินค้ามีตำหนิ ก็จะมาขอเงินคืน สุดท้ายเครื่องนั้นจะกลายเป็นตัวโชว์
ถ้าเราโชคร้ายไปซื้อมา ก็จะได้ของมีตำหนิ

บางห้างนิสัยดี บอกเราด้วยว่า ตัวโชว์ มีตำหนิตรงไหน
แต่บางห้างก็นิสัยไม่ดี ไม่บอกเรา แล้วยังติดป้ายว่า ซื้อแล้วไม่รับเปลี่ยนหรือคืน

ดังนั้น หลีกเลี่ยงตัวโชว์ดีที่สุด ไม่ว่ามันจะถูกแค่ไหน ซื้อของใหม่แกะกล่อง มั่นใจกว่าเยอะ

6. ซื้อ inter brand เท่านั้น - inter brand ก็คือ brand ญี่ปุ่น, เกาหลี, usa, ยุโรป
เพราะว่าสินค้ากลุ่มนี้ มีชื่อเสียงค้ำคอ การผลิตสินค้าห่วยๆ จะทำให้เสียชื่อเสียงไปทั่วโลก

ในขณะที่สินค้า noname ถ้าสินค้าห่วย พวกเขาก็จะแกะป้ายออก ติดยี่ห้อใหม่เข้าไป
แล้วก็เอาของห่วยๆ มาหลอกขายได้อีก

7. ไม่ยึดติดยี่ห้อ - เราสนใจ inter brand ก็จริง แต่เราไม่ยึดติดว่าต้องเป็นแบรนด์ไหน
เพราะการแข่งขัน ทำให้แต่ละแบรนด์ลดราคาแข่งกัน
เมื่อเราเจอสินค้าที่ คุณภาพ ราคา ตรงใจแล้วก็สอยได้เลย
หากมัวแต่รอแบรนด์ที่เราชอบ อาจต้องรอ 2-5 ปี กว่าจะได้ซื้อ

8. การรับประกัน - เลือกห้างที่มีการรับประกัน คืนเงินใน 7 วัน
การซื้อตามงานวัด คุณจะไม่ได้การรับประกันแบบนี้


หลังจากที่เราจำราคา เช็คข้อมูลสินค้า จนมั่นใจแล้วว่าจะซื้อตัวไหน เราก็รอให้มันลดราคา
เมื่อมันลดราคา สิ่งที่เราต้องใส่ใจก็คือ

9. โปรทดลอง - บางครั้งสินค้าลดราคา เขียนว่า ลดวันที่ 1 -30 แต่หลังจากวันที่ 3 สินค้าก็ปรับราคาขึ้น
สิ่งเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ การลดราคาวันที่ 1-3 พวกเขาจะประเมินยอดขาย ว่าลดแล้วขายได้เยอะไหม
หากขายได้เยอะ ก็จะลดต่อ แต่ถ้าลดแล้วไม่มีใครซื้อเลย ก็ขายราคาปรกติดีกว่า

เพราะงั้น เมื่อเราเห็นสินค้าลดราคา อย่านอนใจว่ามันจะลดหลายวัน มันอาจจะทดลองราคาแค่ 1-3 วันก็ได้
เมื่อได้ราคาที่เราถูกใจแล้วก็สอยโลด


ยังมีเทคนิคอีกมากมาย ในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าลดราคา
แต่กฏสำคัญคือข้อ 1 คุณต้องสำรวจบ่อยๆ และจำราคาได้ คุณถึงจะได้ของดีราคาถูกจริง

วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Review Aspire One Happy 2 with Atom N570

หลังจากใช้มา 5 เดือน ขอสรุปข้อดี ข้อเสียไว้ดังนี้

เรื่องของแบตเตอรี่

ข้อดีมากๆ
1. แบตใช้ได้ 6 - 10 ชม. โดยใช้ Windows 7
หากใช้ Windows Xp แบ็ตจะอยู่ได้ 5-7 ชม.
รู้สึกเหมือนว่า Windows 7 จะมีระบบจัดการพลังงานที่ดีกว่า
2. หากลองเปิดเครื่องทิ้งไว้ ปิดหน้าจอ เปิด Wifi และโหลดบิตไปด้วย แบ็ตอยู่ได้ถึง 12 ชม.
3. หากลองเปิดเครื่องทิ้งไว้ ปิดหน้าจอ ปิด Wifi แบ็ตอยู่ได้ 18 ชม.
4. ใช้ดูหนังก่อนนอน หรือพกไปนั่งเล่นนอกบ้าน หรือทำงานบนรถทัวว์ สบายใจได้ แบ็ตอยู่ได้ 6-8 ชม แน่นอน
(ถ้าไม่เล่นเกม flash)

ข้อเสีย
1. หากเล่นเกม facebook ตลอดเวลา เช่น Happy คนเลี้ยงหมู แบ็ตจะอยู่ได้ 5 ชม
(อย่างที่หลายบริษัทเลิกสนับสนุน flash เพราะว่ากินแบตจริงๆ)

ความสามารถในการเชื่อมต่อ
1. มี wifi มี bluetooth พร้อม สามารถเล่นเน็ตผ่านมือถือ และผ่าน hot spot ได้ทุกที่ทุกเวลา (ถ้ารู้วิธีต่อ)

ความเร็ว CPU
1. งานเขียนโปรแกรม เขียนเว็บ เข้าเน็ต สบายมาก ไม่มีอืด เล่นเกมคนเลี้ยงหมูก็สบายมาก
(แต่ถ้าเปิดเลี้ยงหมู 3 หน้าต่างพร้อมกัน ก็มีอาการอืดให้เห็น)
2. งาน encode หนัง เร็วกว่า N270 อยู่ 2 เท่า (ถ้า N270 ใช้เวลา 48 ชม N570 จะใช้เวลา 36 ชม)
แต่ต่ำกว่า T6300 อยู่ 3 เท่า (T6300 ใช้เวลา 10 ชม)

ความเร็ว Graphic
1. เล่นเกม Need for speed underground 1 มีอาการหน่วงอย่างแรง
รถวิ่งเหมือนเต่าคลาน พอๆกับ N270
2. เล่นเกม Happy คนเลี้ยงหมู ไม่มีปัญหา พอเล่นได้ ไม่ถึงกะเร็ว แต่เล่นได้สบาย

ขนาดตัวหนังสือ
1. ตัวหนังสือใหญ่ดี อ่านง่ายสบายตา เมื่อเทียบกับ A110
ความละเอียด 1024 x 600 กับหน้าจอ 10 นิ้ว ถือว่าลงตัวกำลังดี

คีย์บอร์ด
1. พิมพ์ง่าย ปุ่มใหญ่ พิมพ์สัมผัสได้สบาย ตำแหน่งปุ่มต่างๆ จัดวางอย่างลงตัว
2. คีย์บอร์ดเป็นปุ่มลอยๆ ซึ่งดีมากๆ เพราะเวลามีฝุ่นตกเข้าไป เราสามารถเป่าออกมาได้ง่าย
และช่วยระบายความร้อนของเครื่องได้ดีด้วย

ข้อควรระวัง
1. แรกๆ ที่ใช้เครื่อง เวลาวางเครื่องบนโต๊ะ เผลอทำเครื่องสะเทือน บ่อยๆ ซึ่งไม่ส่งผลดีกับ ฮาร์ดดิส เพราะจะทำให้ฮาร์ดดิสเสียเร็ว
(การออกแบบส่วนที่วางมือด้านหน้า ทำให้เราวางเครื่องยากกว่า A110)
เวลาวางเครื่อง ต้องวางอย่างเบาๆ ทำบ่อยๆ จะคล่อง การวางเครื่องเบาๆ ช่วยให้ฮาร์ดดิสมีอายุการใช้งานได้นาน
2. เนื่องจาก Ram ขนาดใหญ่ 2 GB และตัว Windows 7 เวลาเรา sleep เครื่อง จะกินเวลานานถึง 3 วินาที
ทุกครั้งที่พับหน้าจอ เพื่อ sleep เครื่อง เราจึงต้องรอสักพักจนไฟดับ ถึงจะยกเครื่องไปมาได้
(การ sleep หรือ shutdown เครื่อง เมื่อไม่ได้ใช้งาน ช่วยให้ฮาร์ดดิส หยุดอ่านเขียน และเก็บหัวอ่านเข้าที่
หากเราเคลื่อนย้ายเครื่อง แล้วทำเครื่องสะเทือน ในขณะฮารดดิสกำลังทำงาน ฮาร์ดดิสจะเสียเร็ว)

ความสวยงาม
1. ชอบ สวยดี ดูทันสมัย
2. เครื่องบาง น้ำหนักเบา พกพาสะดวก

หูฟัง
1. ต้องใช้หูฟังขนาด 3.5 สำหรับฟังเพลงเท่านั้น ใช้หูฟังมือถือขนาด 3.5 ไม่ได้ (รุ่น A110 ใช้หูฟังมือถือได้)

ลำโพง
1. เสียงดี เปิดเพลงฟังได้สบาย ไม่ต้องเสียบหูฟังก็เสียงดี

จบรีวิว สรุปว่า พอใจทุกอย่างกับ Aspire One Happy 2 เครื่องนี้
จะเสียดายบ้างที่ไม่ได้เลือก AMD C-50 เพราะถ้าเลือกตัวนั้น คงเล่นเกม NFS underground 1 ได้สบายเลย
แต่ถ้าเลือกตัวนั้น ก็จะแลกกับข้อเสีย คือ ความละเอียดหน้าจอ 1280 x 720 ซึ่งจะทำให้ตัวหนังสือเล็กมากๆ

วันเสาร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2555

ประโยชน์ของการใส่เสื้อเก่า

1. สามารถนั่งรถไฟฟรี โดยไม่รู้สึกแปลกแยก (ใครๆเขาก็ใส่เสื้อเก่ากัน)
2. เดินห้าง ไม่โดน Sale เรียกมากรอกแบบสอบถาม หรือชวนทำบัตรเครดิต
3. ซื้อของริมถนน ไม่โดนแม่ค้าโก่งราคา
4. เวลาซัก ไม่ต้องใส่แฟบเยอะ ไม่ต้องขยี้ ไม่ต้องรีด สบายๆ

วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2555

การแข่งขันวิ่งมาราธอนของหญิงสาวในเมืองสาระขันแห่งหนึ่ง

การแข่งขันนี้มีสาวๆ เข้าร่วม 100 คน

1. ด่านแรก ต้องเก็บป้าย ให้ครบ 3 ใบ ถึงจะผ่านด่านนี้ ได้แก่ป้าย บ้าน, รถ, เงิน

ปรากฏว่า มีผู้ผ่านด่านแรกถึง 80 คน

2. ด่านที่สอง ต้องนั่งนิ่งๆเป็นเวลา 10 ปี

ปรากฏว่า มีผู้ผ่านด่าน 50 คน อีก 30 คน ไม่สามารถผ่านด่านนี้ได้
เนื่องจากทำป้าย บ้าน รถ เงิน หาย แต่ได้ป้าย ลูก มาแทน

3. ด่านที่สาม ต้องนั่งนิ่งๆ ต่อไปอีกจนแก่

มีผู้ผ่านด่าน 30 คน มีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น มีบ้านน่าอยู่ มีแฟนน่ารัก มีลูกมีหลาน

ส่วนคนที่ตกรอบในรอบนี้ 20 คน และรอบที่แล้ว 30 คน ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว และไม่มีคู่ไปตลอดชีวิต

คนที่ตกรอบ 2 อายุ 30 กว่าๆ ยังมีโอกาสไปเริ่มแข่งใหม่ได้
แต่คนที่ตกรอบ 3 อายุ 40-50 หมดสิทธิ์ลงแข่ง เพราะเรี่ยวแรงสู้สาวๆ ไม่ไหว


แต่วัฏจักรการแข่งวิ่งมาราธอนของหญิงสาวในเมืองสาระขัน ก็ยังคงอยู่ต่อไป
แม้ว่าจะมีผู้เข้าเส้นชัย ไม่ถึง 50% ก็ตาม ...

วันศุกร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ระดับความซวยเวลานั่งรถไฟคนเดียว

จากการเดินทางหลายๆครั้ง พบว่าตัวเองช่างโชคไม่ดีเอาซะเลย
เลยพอจะสรุปเป็นระดับความซวยได้ดังนี้

1. ได้นั่งหน้าห้องน้ำ - นี่เป็นความซวยขั้นแรก แต่ก็ทำให้หงุดหงิดได้เหมือนกัน โดยเฉพาะเวลากินข้าว
2. ได้นั่งริมหน้าต่างฝั่งที่แดดร้อน - ฮือๆ ก็ทนร้อนไปตลอดทางจนกว่าแดดจะหมดนั่นแหล่ะ
3. ได้นั่งกับคนขี้เหร่หรือคนจรจัด ผมเผ้ารุงรัง ตัวเหม็น
4. ขี้เหร่ไม่พอ ชวนเราคุยซะอีก แถมพูดมาก เราตอบคำเดียว พี่แกคุยไปครึ่งชั่วโมง
5. รถไฟชนกัน - ถือว่ายังโชคดีอยู่ ไม่เคยเจอถึงขั้นนั้น

ใครเจอครบ 5 ข้อ แสดงว่าซวยสุดๆ

วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554

รีวิว Don't be afraid of the dark กับ Fright Night

เพิ่งดู Don't be afraid of the dark จบ รู้สึกชอบมากๆ

ก่อนดู แอบนิสัยเสีย กรอไปดูตอนจบก่อน แล้วก็รู้สึกว่า
เชอะ ... ก็แค่หนังผี มีผีออกมาหลอกเด็ก

แต่พอได้ดูตั้งแต่ต้นแล้ว เนื้อเรื่องจริงๆของหนัง น่าสนใจกว่าหนังผีซะอีก

เรื่องก็มีอยู่ว่า มีครอบครัวนึงซื้อบ้านใหม่ แล้วเด็กหญิง เกิดอยากรู้อยากเห็น
เลยไปเปิดฝาเตาผิง ซึ่งเป็นฝาปิดตาย

จากนั้นก็มีผี เป็นตัวประหลาดเล็กๆ ออกมาหลอกเด็ก
เด็กบอกพ่อแม่ บอกเท่าไหร่ พ่อแม่ก็ไม่เชื่อ
ไปจ้างจิตแพทย์มาคุยกับเด็ก นึกว่าเด็กกำลังจินตนาการ

ตอนจบเด็กรอด ... แต่ ... เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า บางครั้งผู้ใหญ่ก็ควรฟังเด็กบ้าง
ไม่ใช่ตั้งธงไว้ว่าเด็กโกหกเสมอ

อีกเรื่องนึงที่แอบสะใจ ก็คือเรื่อง Fright Night ส่วนหนึ่งของเรื่องก็คือ
วัยรุ่นบอกแม่ว่า คนข้างบ้านเป็นผีดิบ ... แต่ ... แม่เชื่อ
และพวกเขาก็พากันสู้จนทุกคนปลอดภัย

ในเรื่อง Don't be afraid of the dark กว่าคนเป็นพ่อแม่จะฟังลูก ก็สายเกินไปเสียแล้ว

เรื่องนี้เป็นหนังผี หนังสยองขวัญ และให้บทเรียนกับผู้ปกครองด้วย ขอแนะนำ ....