เนื่องจากมือถือ Happy ที่ซื้อไปตัวก่อน มีข้อเสียที่แบตหมดเร็ว แสตนบายได้ไม่เกิน 3 วัน
จึงจำเป็นต้องซื้อมือถือใหม่
ตัวเลือกมี Nokia 130, Samsung Hero และ I-mobile Hitz 12
เหตุผลที่ไม่เลือก Samsung Hero มี 2 ข้อ
1. ไม่มีไฟฉาย
2. ช่องเสียบสายชาร์ต ไม่ใช่ micro USB
เหตุผลที่ไม่เลือก I-mobile เพราะว่า คราวนี้อยากได้มือถือที่แบตอึดจริงๆ
(เว็บ I-mobile บอกว่ารอสายได้ 130 ช.ม. ส่วน Nokia รอสายได้ 26 วัน)
เอาละ หลังจากซื้อ Nokia 130 มาลองใช้แล้ว สรุปได้ดังนี้
ข้อดี
1. เสียงคุยดังดี
2. เสียงริงโทนดัง
3. ฟังเพลง เสียงดี
4. มีไฟฉาย
5. ขนาดเล็ก พกสะดวก
6. เมนูลัดต่างๆ กดง่ายดี
7. แถมหูฟัง
ข้อเสีย
1. ไม่มีความจำภายใน เก็บภาพ หรือเพลงไม่ได้ ต้องใส่ SD Card เท่านั้น
2. Wallpaper มีแค่ 3 รูป และเปลี่ยนไม่ได้
3. ดูรูปไม่ได้
4. ไม่มีกล้อง
5. ลงเกม Java ไม่ได้
6. เข้าเน็ตไม่ได้ แชร์เน็ตไม่ได้ และไม่มี Browser
7. หน้าจอสีซีด ไม่สวย
ในฐานะเครื่องให้คนแก่ใช้ ขอแค่แบตอึด เสียงดัง ฟังชัด ก็ ok แล้ว
ส่วนเรื่อง ไม่มีกล้อง ไม่มีรูป ลงเกมไม่ได้ ก็ช่างมันเถอะ คนแก่ไม่ได้ใช้อยู่แล้ว
แต่ที่ประทับใจมากๆ นอกจากเรื่องแบตอึด ก็คงเป็นเรื่องเพลง เพราะเสียงดี
เทียบกับมือถือ Happy เครื่องเก่าแล้ว มือถือ Happy ดีกว่าหมดทุกด้าน
ยกเว้น ฟังเพลง และแบตอึด
วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2558
วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
อยากแชร์เรื่อง "ใบหูเสือ" อาจช่วยแก้อาการไข้เลือดออกได้ค่ะ
บทความนี้คัดลอกจาก
http://pantip.com/topic/34426732
ซึ่งสักวันนึง กระทู้จะถูกลบ เนื่องจากไม่มีคนสนใจ
แต่ผมอ่านดูแล้ว คิดว่าได้ความรู้ดี
ผมเห็นข่าวตัดขาคุณปอแล้ว ก็เลยคิดว่า แพทย์สมัยใหม่คงสู้โรคนี้ไม่ได้
สมุนไพรไทยน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า
ผมไม่รู้ว่าบทความนี้ จริงเท็จแค่ไหน ผมแค่จะคัดลอกเก็บไว้เท่านั้น
.....
http://pantip.com/topic/34426732
ซึ่งสักวันนึง กระทู้จะถูกลบ เนื่องจากไม่มีคนสนใจ
แต่ผมอ่านดูแล้ว คิดว่าได้ความรู้ดี
ผมเห็นข่าวตัดขาคุณปอแล้ว ก็เลยคิดว่า แพทย์สมัยใหม่คงสู้โรคนี้ไม่ได้
สมุนไพรไทยน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า
ผมไม่รู้ว่าบทความนี้ จริงเท็จแค่ไหน ผมแค่จะคัดลอกเก็บไว้เท่านั้น
.....
อยากแชร์เรื่อง "ใบหูเสือ" อาจช่วยแก้อาการไข้เลือดออกได้ค่ะ
กระทู้สนทนา
คือใบหูเสือเป็นสมุนไพรคู่บ้านเรามานาน ตั้งแต่ยังแทบม่มีใครปลูกขายเลยค่ะ
สรรพคุณนั้นดีมากๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับเลือดน้ำเหลือง หรือการติดเชื้อแบคทีเรีย
เมื่อหลายปีก่อนพี่สะใภ้ของเราป่วยเป็นไข้เลือดออก แอดมิตเข้ารพ.แล้วแต่อาการมีแต่แย่ลงกับแย่ลง
ญาติร้อนใจมาก ถามคุณหมอทุกวันเลย คุณหมอบอกว่า ณ ตอนนั้นทำได้แค่รักษาตามอาการ
ไม่มีใครสามารถห้ามให้เลือดหยุดแบบฉับพลันได้
จนพี่สะใภ้นอนไม่ได้ ต้องลุกมานั่งตลอดเพราะหายใจไม่ได้ ตาแดงก่ำ เลือดออกตามไรฟันต้องคอยบ้วนทิ้ง
บ้วนออกมาเป็นเลือดแดงๆ เยอะมาก กินอะไรไม่ได้เลย คืออาการเพียบหนักมากค่ะ จนญาติเริ่มใจเสียกันแล้ว
แม่เลยเสี่ยงให้กินใบหูเสือดู เพราะครั้งนึงที่พี่ชายเข้ารพ. แม่ไปเยี่ยมแล้วเจอเตียงข้างๆ เค้าเป็นโรคเกล็ดเลือดแข็งตัวยาก
(ไม่ทราบชื่อทางวิชาการนะคะ) ปากจะเหม็นกลิ่นคาวเลือดตลอด แม่เลยให้เค้ากินเพราะมันดีต่อเรื่องเลือด ปรากฏว่าเลือดหยุดเร็วขึ้น
ออกจากรพ.ได้ซะงั้น แม่เลยลองเอามาให้พี่สะใภ้กินบ้าง
วิธีการก็ง่ายๆ คือเอาไปล้างให้สะอาด (ที่บ้านปลูกกินเองแบบไม่ใช้ยาค่ะ) แล้วเคี้ยวสดๆ เลย
ปริมาณประมาณพูนตะหร้าขนมจีนไซส์ 20 บาท ทยอยกินไปได้ประมาณ 2 ตะกร้าเลือดที่ออกตามไรฟันเริ่มหยุด
เริ่มหายใจเองได้ สบายตัวขึ้น และยังไม่ทันหมดตะกร้าที่สาม หมอก็บอกว่ากลับบ้านได้แล้วค่ะ
จำเวลาไม่ได้นะคะว่ากินเวลากี่วัน จำได้แต่จำนวนตะกร้า เพราะเรื่องมันนานแล้วค่ะ
พอดีเราได้อ่านข่าวของปอ ทฤษฎีแล้วเราทุกข์ใจมากเลย ที่น่าจะรู้เร็วกว่านี้ เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง
เพราะตอนนี้ปอน่าจะเคี้ยวไม่ได้แล้ว เราก็ไม่รู้ว่าจะแนะนำยังไงดี
และก็ไม่รู้ว่าญาติเค้าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ เพราะไม่ใช่ยาที่ผ่านการยืนยันทางวิทยาศาสตร์
แต่เราจำได้ว่าเราเคยมาตอบกระทู้เรื่องนี้ แล้วก็มีคห.อื่นมาตอบว่าเค้าเคยใช้ได้ผลกับไข้เลือดออกเหมือนกันค่ะ
เลยอยากมาแชร์กับเพื่อนๆ หรือหากมีบุคลากรทางการแพทย์ผ่านมาเจอ
จะได้นำเอาไปต่อยอด วิจัยออกมาเป็นยาได้ในสักวันนึงค่ะ
ปล. หากเพื่อนๆ จำได้ ครั้งนึงมีคนโคม่าเพราะพิษแมงดาทะเล แล้วได้รับว่านรางจืดผสมน้ำซาวข้าวทางสายน้ำเกลือ ก็ฟื้นได้อย่างน่าอัศจรรย์นะคะ บางทีสมุนไพรก็มีข้อดีมากแค่อาจจะยังไม่มีใครวิจัยมาทำเป็นยาแผนปัจจุบัน เท่านั้นค่ะ
สรรพคุณนั้นดีมากๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับเลือดน้ำเหลือง หรือการติดเชื้อแบคทีเรีย
เมื่อหลายปีก่อนพี่สะใภ้ของเราป่วยเป็นไข้เลือดออก แอดมิตเข้ารพ.แล้วแต่อาการมีแต่แย่ลงกับแย่ลง
ญาติร้อนใจมาก ถามคุณหมอทุกวันเลย คุณหมอบอกว่า ณ ตอนนั้นทำได้แค่รักษาตามอาการ
ไม่มีใครสามารถห้ามให้เลือดหยุดแบบฉับพลันได้
จนพี่สะใภ้นอนไม่ได้ ต้องลุกมานั่งตลอดเพราะหายใจไม่ได้ ตาแดงก่ำ เลือดออกตามไรฟันต้องคอยบ้วนทิ้ง
บ้วนออกมาเป็นเลือดแดงๆ เยอะมาก กินอะไรไม่ได้เลย คืออาการเพียบหนักมากค่ะ จนญาติเริ่มใจเสียกันแล้ว
แม่เลยเสี่ยงให้กินใบหูเสือดู เพราะครั้งนึงที่พี่ชายเข้ารพ. แม่ไปเยี่ยมแล้วเจอเตียงข้างๆ เค้าเป็นโรคเกล็ดเลือดแข็งตัวยาก
(ไม่ทราบชื่อทางวิชาการนะคะ) ปากจะเหม็นกลิ่นคาวเลือดตลอด แม่เลยให้เค้ากินเพราะมันดีต่อเรื่องเลือด ปรากฏว่าเลือดหยุดเร็วขึ้น
ออกจากรพ.ได้ซะงั้น แม่เลยลองเอามาให้พี่สะใภ้กินบ้าง
วิธีการก็ง่ายๆ คือเอาไปล้างให้สะอาด (ที่บ้านปลูกกินเองแบบไม่ใช้ยาค่ะ) แล้วเคี้ยวสดๆ เลย
ปริมาณประมาณพูนตะหร้าขนมจีนไซส์ 20 บาท ทยอยกินไปได้ประมาณ 2 ตะกร้าเลือดที่ออกตามไรฟันเริ่มหยุด
เริ่มหายใจเองได้ สบายตัวขึ้น และยังไม่ทันหมดตะกร้าที่สาม หมอก็บอกว่ากลับบ้านได้แล้วค่ะ
จำเวลาไม่ได้นะคะว่ากินเวลากี่วัน จำได้แต่จำนวนตะกร้า เพราะเรื่องมันนานแล้วค่ะ
พอดีเราได้อ่านข่าวของปอ ทฤษฎีแล้วเราทุกข์ใจมากเลย ที่น่าจะรู้เร็วกว่านี้ เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง
เพราะตอนนี้ปอน่าจะเคี้ยวไม่ได้แล้ว เราก็ไม่รู้ว่าจะแนะนำยังไงดี
และก็ไม่รู้ว่าญาติเค้าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ เพราะไม่ใช่ยาที่ผ่านการยืนยันทางวิทยาศาสตร์
แต่เราจำได้ว่าเราเคยมาตอบกระทู้เรื่องนี้ แล้วก็มีคห.อื่นมาตอบว่าเค้าเคยใช้ได้ผลกับไข้เลือดออกเหมือนกันค่ะ
เลยอยากมาแชร์กับเพื่อนๆ หรือหากมีบุคลากรทางการแพทย์ผ่านมาเจอ
จะได้นำเอาไปต่อยอด วิจัยออกมาเป็นยาได้ในสักวันนึงค่ะ
ปล. หากเพื่อนๆ จำได้ ครั้งนึงมีคนโคม่าเพราะพิษแมงดาทะเล แล้วได้รับว่านรางจืดผสมน้ำซาวข้าวทางสายน้ำเกลือ ก็ฟื้นได้อย่างน่าอัศจรรย์นะคะ บางทีสมุนไพรก็มีข้อดีมากแค่อาจจะยังไม่มีใครวิจัยมาทำเป็นยาแผนปัจจุบัน เท่านั้นค่ะ
วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2558
รีวิว Mp3 Player
ข้อดี
1. เสียงดี 10/10 แม้จะปรับ EQ ไม่ได้
2. ปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่ เล่นเพลงต่อจากตำแหน่งเดิม
3. ชาร์ต 1 ช.ม. ฟังได้ 2-3 ช.ม.
ข้อเสีย
1. แบตเสื่อมง่าย ถ้าแบตบวม ก็เลิกใช้ได้เลย
คำแนะนำ
1. ชาร์ตผ่านช่อง usb ของคอมพิวเตอร์เท่านั้น และชาร์ตไม่เกิน 1 ช.ม.
2. ห้ามชาร์ตผ่านที่ชาร์ตแบตมือถือ หรือ Power Bank
3. หากแบตบวมอย่าทิ้ง ไขน็อต แยกชิ้นส่วน เอาแบตออก ตัวเครื่องยังเล่นเพลงได้ แต่ต้องเสียบสายชาร์ตไว้ตลอดเวลา
ข้อดี
1. เสียงดี 10/10 ปรับ EQ ได้ 3 แบบ
2. มีไฟฉายในตัว
3. มีลำโพงในตัว
4. ชาร์ต 1 ช.ม. ฟังได้ 2 ช.ม.
5. มีจอ LCD แสดงระยะเวลาการเล่น และจำนวนเพลง
แต่ไม่แสดง Lyric และไม่แสดงชื่อเพลงภาษาไทย
และเลือกโฟลเดอร์เล่นเพลงไม่ได้
ข้อเสีย
1. แบตอาจเสื่อมง่ายเหมือนตัวบน
2. หลังจากใช้มา 1 เดือน แบตยังไม่บวม (อาจเพราะชาร์ตผ่านช่อง USB ของ Notebook ตลอด)
3. ลองงัดเครื่องดูแล้ว มีพื้นที่ว่างในตัวเครื่องพอสมควร
หากแบตบวม เครื่องก็น่าจะยังใช้ได้ เพราะมีพื้นที่เหลือไว้ให้แบตบวมอยู่
คำแนะนำ
เหมือนตัวบน
ข้อดี
1. เสียงดีมาก 10/10
2. ปรับ EQ ได้ 7 แบบ เสียงดีทุกแบบ
3. ฟัง FM ได้
4. แสดง Lyric ได้ (แม้จะตัวเล็กไปหน่อย)
5. เปลี่ยนแบตได้ ไม่ต้องกลัวแบตบวม เพราะใช้ถ่าน AAA
6. แบตอึดมาก แบตขีดเดียว ฟังได้เป็นชั่วโมง
7. มีจอ LCD เลือกโฟลเดอร์ที่จะเล่นเพลงได้
8. มีเมนูภาษาไทย
ข้อเสีย
1. ปุ่มเยอะไปหน่อย ด้านบนเป็นคันโยกเลือกเพลง และเมนู ด้านล่างปรับระดับเสียง และล็อคปุ่มกด
ตรงกลางเป็นปุ่ม Play
คำแนะนำ
1. อย่าใช้อัดเสียง จะทำให้ไฟล์ในเมมถูกลบ
สรุป
ตัวที่ 3 ดีที่สุด ทั้งในด้านเสียงดี และไม่ต้องกลัวแบตบวม
ใช้ได้เป็น 10 ปี ยกต่อเป็นมรดกให้ลูกหลานได้
ไม่เหมือนตัวแรก ถ้าแบตบวมเมื่อไหร่ ก็เลิกใช้ได้เลย
วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558
รีวิว Windows 10
หลังจากทดลองใช้ Windows 10 ไป 2 ช.ม. ผมก็ลบออก แล้วลง Windows 7 ใช้เหมือนเดิม
ข้อดี
1. กดโหลด Driver ง่ายดี
ข้อเสีย
1. ผมพยายามปิด Windows Update ปรกติก็คลิก System > Action Center > Windows Update
แต่สำหรับ Windows 10 ส่วนนี้ย้ายแล้ว ย้ายไปไว้ไกลมากๆ
ผมจำไม่ได้ว่าคลิกกี่ครั้ง กว่าจะหาเจอ Windows Update
แต่สุดท้ายผมก็ปิดการ Update ไม่ได้
ตอนลง Windows เสร็จใหม่ๆมีขนาด 5.5 GB หลังจากต่อ Wifi
มันก็โหลดอัพเดทตลอดเวลา จนมีขนาด 7.5 GB
2. ผมพยายามเปลี่ยน Theme โดยคลิกเม้าท์ขวาที่ Desktop แล้วคลิก Personalize
ใน Windows 7 คลิกแค่นี้ก็เปลี่ยน Theme ได้แล้ว
แต่ใน Windows 10 ต้องคลิกต่อไปอีก 3-4 คลิก
แล้วพอเปลี่ยนธีมแล้ว บางรูปเราไม่ชอบ เราจะเลือกให้แสดงบางรูป ก็ทำไม่ได้
3. File Explorer แถบ Libary ปิดไม่ได้ My Music, My Document บังหมด
ถ้าจะดูไดร์ว C, D ต้องเลื่อนลงต่ำสุด
4. การตั้งค่า ทุกๆส่วน ยากไปหมด คลิกซ้าย ขวา ซ้าย ขวา ไปเรื่อยๆ อย่างเหนื่อย
สรุป
Windows 7 สวยกว่า ง่ายกว่า ไม่ซับซ้อน ก็เลยกลับมาใช้ Windows 7 เหมือนเดิม
เรื่อง App ที่โหลดเอาใน Store ของ Windows มันก็ไม่ได้ดึงดูดใจอะไรมาก
คงอีกนานนนนนนนนนนน กว่า Microsoft จะรู้จักคำว่า Easy
Windows 10 สอบตกอย่างแรง เพราะกว่าจะทำอะไรได้ มันซับซ้อนมากๆๆๆๆๆ
จบข่าว
ข้อดี
1. กดโหลด Driver ง่ายดี
ข้อเสีย
1. ผมพยายามปิด Windows Update ปรกติก็คลิก System > Action Center > Windows Update
แต่สำหรับ Windows 10 ส่วนนี้ย้ายแล้ว ย้ายไปไว้ไกลมากๆ
ผมจำไม่ได้ว่าคลิกกี่ครั้ง กว่าจะหาเจอ Windows Update
แต่สุดท้ายผมก็ปิดการ Update ไม่ได้
ตอนลง Windows เสร็จใหม่ๆมีขนาด 5.5 GB หลังจากต่อ Wifi
มันก็โหลดอัพเดทตลอดเวลา จนมีขนาด 7.5 GB
2. ผมพยายามเปลี่ยน Theme โดยคลิกเม้าท์ขวาที่ Desktop แล้วคลิก Personalize
ใน Windows 7 คลิกแค่นี้ก็เปลี่ยน Theme ได้แล้ว
แต่ใน Windows 10 ต้องคลิกต่อไปอีก 3-4 คลิก
แล้วพอเปลี่ยนธีมแล้ว บางรูปเราไม่ชอบ เราจะเลือกให้แสดงบางรูป ก็ทำไม่ได้
3. File Explorer แถบ Libary ปิดไม่ได้ My Music, My Document บังหมด
ถ้าจะดูไดร์ว C, D ต้องเลื่อนลงต่ำสุด
4. การตั้งค่า ทุกๆส่วน ยากไปหมด คลิกซ้าย ขวา ซ้าย ขวา ไปเรื่อยๆ อย่างเหนื่อย
สรุป
Windows 7 สวยกว่า ง่ายกว่า ไม่ซับซ้อน ก็เลยกลับมาใช้ Windows 7 เหมือนเดิม
เรื่อง App ที่โหลดเอาใน Store ของ Windows มันก็ไม่ได้ดึงดูดใจอะไรมาก
คงอีกนานนนนนนนนนนน กว่า Microsoft จะรู้จักคำว่า Easy
Windows 10 สอบตกอย่างแรง เพราะกว่าจะทำอะไรได้ มันซับซ้อนมากๆๆๆๆๆ
จบข่าว
วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
5 องค์ประกอบของหนังห่วยๆ
หนังห่วยๆ มีองค์ประกอบดังนี้
1. เริ่มเรื่องด้วยกระดาษ A4
หนังที่เปิดเรื่อง มีตัวหนังสือให้อ่านเป็นหน้าๆ อาจมีเสียงคนพากษ์อ่านให้ฟัง หรือมีแต่ตัวหนังสือไม่มีเสียงอ่าน หนังที่เปิดเรื่องแบบนี้จะน่าเบื่อมาก คือ คนจะมาดูหนัง ไม่ได้อยากมาอ่่านตัวหนังสือ
เรื่องที่ทำออกมาแย่ก็คือ Alone in the dark
เรื่องที่ทำออกมาได้ดีก็คือ Terminator Salvation (มีดนตรี มีเสียงอ่าน มีตัวหนังสือเพียง 2-3 บรรทัด)
2. เริ่มเรื่องด้วยการยัดความรู้พื้นฐานมากเกินไป
หนังที่เปิดเรื่องแล้ว มัวแต่ท้าวความ เล่าพื้นหลังของตัวเอก เล่าถึงปู่ย่า ตา ยาย แสดงหลักการทางวิทยาศาตร์ที่เข้าใจยาก เป็นระยะเวลา 30 นาที โดยไม่เข้าสู่เนื้อหา
เรื่องที่ทำออกมาแย่ คือ The Hunger Game , Man of Steel
เรื่องที่ทำออกมาได้ดีคือ Terminator 2, 3
3. ไม่มีดราม่า
ตัวละครไม่มีความผูกพันธ์ใดๆกัน วิ่งหนีตัวประหลาดเสร็จก็จบเรื่อง
เรื่องที่ทำออกมาแย่ คือ Amazing Spiderman, Die Hard 5
เรื่องที่ทำออกมาได้ดี คือ Spiderman 2, Die Hard 4, Terminator 2, 3, 4
คือเราดูแล้วก็สงสัยตั้งแต่เปิดเรื่องว่า พระเอกจะใช้ชีวิตยังไง จนก็จน ต้องเรียนมหาลัย แล้วยังต้องไปช่วยผู้ร้ายอีก คนที่ชอบก็ไปมีแฟนใหม่แล้ว เรียกว่า Spiderman 2 นี่ ทำออกมาได้ลงตัวมาก
4. หนังภาคต่อที่ไม่มีเนื้อเรื่องของตัวเอง
อันนี้ขอชม Terminator 4 เต็มๆเลย คือ เขามีเรื่องราวของตัวเอง ให้มาคัสเป็นตัวเอก เราเห็นใจ เราประทับใจ เราสนุก ลุ้น ตั้งแต่ต้นจนจบ สามารถดูซ้ำได้หลายๆรอบ
การทำหนังภาคต่อ แต่ทำเรื่องขึ้นมาใหม่ได้ ถือว่าคนทำเก่งมาก
เรื่องที่ทำออกมาได้ดี คือ Jeeper Creepers 2, Terminator 4, Indiana Jones 4
เรื่องที่ทำออกมาได้แย่ คือ Cube 3
5. พยายามอวดฉลาดด้วยการหักมุมแบบโง่ๆ
หนังที่ทำออกมาได้แย่ คือ Looper, Die Hard 5
หนังที่ทำออกมาได้ดี คือ Predestination
หนังที่มีองค์ประกอบครบ 5 อย่างนี้ คนดูจะบอกได้เองว่าเรื่องไหนห่วย ...
1. เริ่มเรื่องด้วยกระดาษ A4
หนังที่เปิดเรื่อง มีตัวหนังสือให้อ่านเป็นหน้าๆ อาจมีเสียงคนพากษ์อ่านให้ฟัง หรือมีแต่ตัวหนังสือไม่มีเสียงอ่าน หนังที่เปิดเรื่องแบบนี้จะน่าเบื่อมาก คือ คนจะมาดูหนัง ไม่ได้อยากมาอ่่านตัวหนังสือ
เรื่องที่ทำออกมาแย่ก็คือ Alone in the dark
เรื่องที่ทำออกมาได้ดีก็คือ Terminator Salvation (มีดนตรี มีเสียงอ่าน มีตัวหนังสือเพียง 2-3 บรรทัด)
2. เริ่มเรื่องด้วยการยัดความรู้พื้นฐานมากเกินไป
หนังที่เปิดเรื่องแล้ว มัวแต่ท้าวความ เล่าพื้นหลังของตัวเอก เล่าถึงปู่ย่า ตา ยาย แสดงหลักการทางวิทยาศาตร์ที่เข้าใจยาก เป็นระยะเวลา 30 นาที โดยไม่เข้าสู่เนื้อหา
เรื่องที่ทำออกมาแย่ คือ The Hunger Game , Man of Steel
เรื่องที่ทำออกมาได้ดีคือ Terminator 2, 3
3. ไม่มีดราม่า
ตัวละครไม่มีความผูกพันธ์ใดๆกัน วิ่งหนีตัวประหลาดเสร็จก็จบเรื่อง
เรื่องที่ทำออกมาแย่ คือ Amazing Spiderman, Die Hard 5
เรื่องที่ทำออกมาได้ดี คือ Spiderman 2, Die Hard 4, Terminator 2, 3, 4
คือเราดูแล้วก็สงสัยตั้งแต่เปิดเรื่องว่า พระเอกจะใช้ชีวิตยังไง จนก็จน ต้องเรียนมหาลัย แล้วยังต้องไปช่วยผู้ร้ายอีก คนที่ชอบก็ไปมีแฟนใหม่แล้ว เรียกว่า Spiderman 2 นี่ ทำออกมาได้ลงตัวมาก
4. หนังภาคต่อที่ไม่มีเนื้อเรื่องของตัวเอง
อันนี้ขอชม Terminator 4 เต็มๆเลย คือ เขามีเรื่องราวของตัวเอง ให้มาคัสเป็นตัวเอก เราเห็นใจ เราประทับใจ เราสนุก ลุ้น ตั้งแต่ต้นจนจบ สามารถดูซ้ำได้หลายๆรอบ
การทำหนังภาคต่อ แต่ทำเรื่องขึ้นมาใหม่ได้ ถือว่าคนทำเก่งมาก
เรื่องที่ทำออกมาได้ดี คือ Jeeper Creepers 2, Terminator 4, Indiana Jones 4
เรื่องที่ทำออกมาได้แย่ คือ Cube 3
5. พยายามอวดฉลาดด้วยการหักมุมแบบโง่ๆ
หนังที่ทำออกมาได้แย่ คือ Looper, Die Hard 5
หนังที่ทำออกมาได้ดี คือ Predestination
หนังที่มีองค์ประกอบครบ 5 อย่างนี้ คนดูจะบอกได้เองว่าเรื่องไหนห่วย ...
วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
เปรียบเทียบ การตลาด ของสินค้าระหว่างรัฐและเอกชน
เวลาเดินทางจาก ขอนแก่น ไป กทม ผมมี 2 ทางเลือก คือ รถไฟ กับ รถทัวว์
1. รถไฟ 399 บาท เวลาเดินทาง 8-9 ช.ม. + ต้องซื้ออาหารกินเอง + ไม่มีแอร์
2. รถทัวร์ 399 บาท เวลาเดินทาง 6-7 ช.ม. + ฟรีอาหารเที่ยง + มีแอร์ เบาะนั่งสบาย
เหมือนกับรัฐกับเอกชน ตกลงกันไว้แล้วว่า ในราคาเท่ากัน ฉันจะวิ่งช้ากว่า สภาพรถเก่ากว่า และบริการน้อยกว่า
ถัดจากเรื่องรถไฟ มาดูเรื่องคอนโด
คอนโดของการเคหะ หารูปดูได้ใน google
ราคาถูกกว่าเอกชน แต่ความหรูสู้เอกชนไม่ได้
หรือจะเป็นบ้านเอื้ออาทร ก็เน้นต้นทุนต่ำ
ถ้าอยากให้สวย ก็ต้องต่อเติมเอาเอง
ทำให้คิดได้ว่า ที่เขาทำไม่หรู ไม่เร็ว เพราะอยากให้คนหันไปใช้สินค้าของเอกชนมั๊ง
ไม่ว่าสินค้าอะไร ถ้ามีการแข่งขันระหว่างรัฐและเอกชน เหมือนจะเอื้อให้คนหันไปใช้ของเอกชนมากกว่า
1. รถไฟ 399 บาท เวลาเดินทาง 8-9 ช.ม. + ต้องซื้ออาหารกินเอง + ไม่มีแอร์
2. รถทัวร์ 399 บาท เวลาเดินทาง 6-7 ช.ม. + ฟรีอาหารเที่ยง + มีแอร์ เบาะนั่งสบาย
เหมือนกับรัฐกับเอกชน ตกลงกันไว้แล้วว่า ในราคาเท่ากัน ฉันจะวิ่งช้ากว่า สภาพรถเก่ากว่า และบริการน้อยกว่า
ถัดจากเรื่องรถไฟ มาดูเรื่องคอนโด
คอนโดของการเคหะ หารูปดูได้ใน google
ราคาถูกกว่าเอกชน แต่ความหรูสู้เอกชนไม่ได้
หรือจะเป็นบ้านเอื้ออาทร ก็เน้นต้นทุนต่ำ
ถ้าอยากให้สวย ก็ต้องต่อเติมเอาเอง
ทำให้คิดได้ว่า ที่เขาทำไม่หรู ไม่เร็ว เพราะอยากให้คนหันไปใช้สินค้าของเอกชนมั๊ง
ไม่ว่าสินค้าอะไร ถ้ามีการแข่งขันระหว่างรัฐและเอกชน เหมือนจะเอื้อให้คนหันไปใช้ของเอกชนมากกว่า
วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
รู้หรือไม่ กล่องทีวีดิจิตอลที่คนไทยใช้กันทั่วไป จริงๆแล้วคือ HD Player ดีๆนี่เอง
HD Player คืออะไร ?
อันนี้ต้องเล่าเรื่องยาวเลยครับ
1990 : เราดูหนังด้วยเครื่องเล่นวีดีโอเทป VHS
1997 : เราดูหนังด้วยเครื่องเล่น VCD
2000 : เราดูหนังด้วยเครื่องเล่น DVD
2005 : ทั่วโลกเริ่มใช้เครื่องเล่น Bluray แต่เมืองไทย ยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก เนื่องจากราคาแพง
2010 : ทั่วโลกเริ่มใช้ HD Player เพื่อดูหนัง VCD, DVD, Bluray ผ่าน External Harddisk
ในเมืองไทย คนรักหนังเริ่มนิยมใช้ HD Player เพราะราคาถูกกว่าเครื่อง Bluray
2015 : คนไทยได้รับแจกกล่องทีวีดิจิตอล ซึ่งสามารถใช้เป็น HD Player ได้ด้วย
ถ้าเราจะใช้กล่องทีวีดิจิตอล ดูหนังแบบ HD Player ต้องมีอะไรบ้าง ?
มี 2 ทางเลือกครับ
1. ซื้อ External Harddisk (ราคาปรกติ 1600 บาท ความจุ 500 GB)
2. ซื้อ USB Flash Drive (ราคาปรกติ 150 บาท ความจุ 8 GB)
และต้องมีคอมพิวเตอร์ เอาไว้ copy หนังลง USB Flash Drive ด้วย
หลังจากเรามี USB Flash Drive แล้ว เราจะหาหนังจากที่ไหนมาดู ?
เท่าที่ผมรู้ ในเมืองไทย ยังไม่มีเจ้าของหนังรายใด จำหน่ายหนังเป็นไฟล์ MKV, MP4
ดังนั้น การจะหาหนังในรูปแบบ MKV, MP4 จึงมีแต่วิธีที่ลิขสิทธิ์ไม่ถูกต้อง
วิธีที่ 1 โหลดบิท
ถึงตรงนี้ ถ้าบ้านคุณมี Hi-Speed Internet
ลองเข้า google แล้วค้นหาคำว่า Bittorrent
แล้วไปศึกษาวิธีโหลดบิตเอาเองนะครับ
แต่มีคำเตือนนิดนึง
1. การโหลดบิต ไฟล์ละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นสิ่งผิดกฏหมาย
2. เว็บต่างประเทศที่ให้โหลดบิต มักจะแจกไวรัส เจาะระบบคอมพิวเตอร์ของคุณ ด้วย
วิธีที่ 2 โหลด Youtube
ใน Windows 7 หาโปรแกรมชื่อ YTD หรือ Youtube Downloader
พอติดตั้งโปรแกรมแล้ว ก็เข้าเว็บ Youtube
จะดูหนัง ดูเพลง ดูข่าว หรืออะไรใน Youtube แค่ copy link มาใส่ในโปรแกรม Youtube Downloader
มันก็จะดาวโหลดเป็นไฟล์ MP4 ให้เราเอง
จากนั้น เราก็แค่ copy ไฟล์ mp4 ลง flash drive แล้วเอาไปเสียบกับ กล่องทีวีดิจิตอล
ก็จะดูหนังที่เราบันทึกไว้ได้
ฝากถึงเจ้าของลิขสิทธิ์นะครับ
1. เมืองไทย ทั่วประเทศ มีกล่องทีวีดิจิตอลเป็นล้านเครื่อง นอกจากดูทีวี คนส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ช่อง USB มีไว้ทำอะไร
2. สมมติคุณอนุญาติให้ร้านอินเตอร์เน็ตทั่วประเทศ copy ไฟล์หนังจาก server ของคุณลง flash drive
ร้านอินเตอร์เน็ตเหล่านั้น จะกลายเป็นร้านจำหน่ายหนังให้คุณ ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ และทุกหมู่บ้าน
3. ไม่ต้องกลัวว่าถ้าขายหนังแบบ MP4 แล้ว คนจะ copy จนไม่ซื้อหนังลิขสิทธิ์
ไม่จำเป็นต้องมีระบบป้องกันอะไร ยอมให้เขา copy ไปเถอะ
ขอแค่เขารู้ว่า ถ้าจะหาหนังไปร้านเน็ต จ่ายตังเรื่องละ 20 บาท เอา flash drive มาเสียบกล่องดิจิตอล แล้วดูหนังได้
ถ้าคนทั่วไปนิยมทำแบบนี้ คุณจะขายหนังได้เงินมากมาย
คุณก็แค่ให้ร้านเน็ต สมัครสมาชิก แล้วเสียค่าโหลดเรื่องละ 100 บาท
แล้วให้อิสระที่เขาจะ copy ขาย เรื่องละ 20 บาท
และเวลาคุณจะไปตรวจสอบลิขสิทธิ์ คุณก็แค่ดูชื่อร้าน แล้วดูว่าร้านนั้นมีสิทธิ์ copy เรื่องอะไรบ้าง
อันนี้เป็นแนวคิด ถ้าเจ้าของหนัง ตามทันเทคโนโลยี คุณจะพบว่ามีคนไทยอีกมากมาย ที่รอจ่ายเงินซื้อหนังแบบลิขสิทธิ์ถูกต้องครับ
อันนี้ต้องเล่าเรื่องยาวเลยครับ
1990 : เราดูหนังด้วยเครื่องเล่นวีดีโอเทป VHS
1997 : เราดูหนังด้วยเครื่องเล่น VCD
2000 : เราดูหนังด้วยเครื่องเล่น DVD
2005 : ทั่วโลกเริ่มใช้เครื่องเล่น Bluray แต่เมืองไทย ยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก เนื่องจากราคาแพง
2010 : ทั่วโลกเริ่มใช้ HD Player เพื่อดูหนัง VCD, DVD, Bluray ผ่าน External Harddisk
ในเมืองไทย คนรักหนังเริ่มนิยมใช้ HD Player เพราะราคาถูกกว่าเครื่อง Bluray
2015 : คนไทยได้รับแจกกล่องทีวีดิจิตอล ซึ่งสามารถใช้เป็น HD Player ได้ด้วย
ถ้าเราจะใช้กล่องทีวีดิจิตอล ดูหนังแบบ HD Player ต้องมีอะไรบ้าง ?
มี 2 ทางเลือกครับ
1. ซื้อ External Harddisk (ราคาปรกติ 1600 บาท ความจุ 500 GB)
2. ซื้อ USB Flash Drive (ราคาปรกติ 150 บาท ความจุ 8 GB)
และต้องมีคอมพิวเตอร์ เอาไว้ copy หนังลง USB Flash Drive ด้วย
หลังจากเรามี USB Flash Drive แล้ว เราจะหาหนังจากที่ไหนมาดู ?
เท่าที่ผมรู้ ในเมืองไทย ยังไม่มีเจ้าของหนังรายใด จำหน่ายหนังเป็นไฟล์ MKV, MP4
ดังนั้น การจะหาหนังในรูปแบบ MKV, MP4 จึงมีแต่วิธีที่ลิขสิทธิ์ไม่ถูกต้อง
วิธีที่ 1 โหลดบิท
ถึงตรงนี้ ถ้าบ้านคุณมี Hi-Speed Internet
ลองเข้า google แล้วค้นหาคำว่า Bittorrent
แล้วไปศึกษาวิธีโหลดบิตเอาเองนะครับ
แต่มีคำเตือนนิดนึง
1. การโหลดบิต ไฟล์ละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นสิ่งผิดกฏหมาย
2. เว็บต่างประเทศที่ให้โหลดบิต มักจะแจกไวรัส เจาะระบบคอมพิวเตอร์ของคุณ ด้วย
วิธีที่ 2 โหลด Youtube
ใน Windows 7 หาโปรแกรมชื่อ YTD หรือ Youtube Downloader
พอติดตั้งโปรแกรมแล้ว ก็เข้าเว็บ Youtube
จะดูหนัง ดูเพลง ดูข่าว หรืออะไรใน Youtube แค่ copy link มาใส่ในโปรแกรม Youtube Downloader
มันก็จะดาวโหลดเป็นไฟล์ MP4 ให้เราเอง
จากนั้น เราก็แค่ copy ไฟล์ mp4 ลง flash drive แล้วเอาไปเสียบกับ กล่องทีวีดิจิตอล
ก็จะดูหนังที่เราบันทึกไว้ได้
ฝากถึงเจ้าของลิขสิทธิ์นะครับ
1. เมืองไทย ทั่วประเทศ มีกล่องทีวีดิจิตอลเป็นล้านเครื่อง นอกจากดูทีวี คนส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ช่อง USB มีไว้ทำอะไร
2. สมมติคุณอนุญาติให้ร้านอินเตอร์เน็ตทั่วประเทศ copy ไฟล์หนังจาก server ของคุณลง flash drive
ร้านอินเตอร์เน็ตเหล่านั้น จะกลายเป็นร้านจำหน่ายหนังให้คุณ ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ และทุกหมู่บ้าน
3. ไม่ต้องกลัวว่าถ้าขายหนังแบบ MP4 แล้ว คนจะ copy จนไม่ซื้อหนังลิขสิทธิ์
ไม่จำเป็นต้องมีระบบป้องกันอะไร ยอมให้เขา copy ไปเถอะ
ขอแค่เขารู้ว่า ถ้าจะหาหนังไปร้านเน็ต จ่ายตังเรื่องละ 20 บาท เอา flash drive มาเสียบกล่องดิจิตอล แล้วดูหนังได้
ถ้าคนทั่วไปนิยมทำแบบนี้ คุณจะขายหนังได้เงินมากมาย
คุณก็แค่ให้ร้านเน็ต สมัครสมาชิก แล้วเสียค่าโหลดเรื่องละ 100 บาท
แล้วให้อิสระที่เขาจะ copy ขาย เรื่องละ 20 บาท
และเวลาคุณจะไปตรวจสอบลิขสิทธิ์ คุณก็แค่ดูชื่อร้าน แล้วดูว่าร้านนั้นมีสิทธิ์ copy เรื่องอะไรบ้าง
อันนี้เป็นแนวคิด ถ้าเจ้าของหนัง ตามทันเทคโนโลยี คุณจะพบว่ามีคนไทยอีกมากมาย ที่รอจ่ายเงินซื้อหนังแบบลิขสิทธิ์ถูกต้องครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


